
🛡 มันก็คือ TCCC ภาคประชาชน เหมาะสำหรับเจ้าหน้าที่ EMS ที่ปฏิบัติงานนอกโรงพยาบาลในสถานการณ์ที่อันตราย มีภัยคุกคาม (High Threat Pre-Hospital Environment) มีทั้ง Version Active Bystanders, First Responders with Duty to Act (เช่นตำรวจ นักดับเพลิง) และ BLS/ALS Medical Providers แนวทางนี้ถูกปรับมาจากหลักสูตร TCCC (Tactical Combat Casualty Care)
⚔️ TECC แบ่งการดูแลผู้ป่วยออกเป็น 3 ห้วงเวลา ได้แก่
1. Direct Threat Care / Hot Zone (Care Under Fire ใน TCCC) มีภัยคุกคามอยู่ใกล้ เน้นจัดการตอบโต้ภัย รีบย้ายคนเจ็บออก Stop bleed และจัดท่า Airway ถ้าทำได้
2. Indirect Threat Care / Warm Zone (Tactical Field Care ใน TCCC) ย้ายมาอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัยในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ปลอดภัยที่สุด เช่นมีที่กำบัง มีความเสี่ยงน้อยที่เจ้าหน้าที่จะได้รับบาดเจ็บ การรักษาจะเน้นป้องกันการเสียชีวิต (Preventable cause of death) โดยใช้หลักการ MARCHE (Major Hemorrhage, Airway, Breathing, Circulation, Head & Hypothermia และ Everything Else)
3. Evacuation Care ย้ายคนเจ็บไปสู่โรงพยาบาล (Definitive Treatment Facility) การรักษาคล้ายกับปฏิบัติการ EMS ทั่วไป เน้น Re-assessment + Hypothermia
⚠️ ในบทความนี้จะพูดถึงการดูแลคนเจ็บในห้วง Direct Threat Care / Hot Zone เท่านั้น
❤️ Goal เป้าหมายคืออะไร ?
1. ภารกิจต้องสำเร็จ โดยที่มีคนเจ็บน้อยสุด
2. ป้องกันคนเจ็บและการบาดเจ็บเพิ่มเติม
3. ทีมตอบโต้ต้องจัดการกับภัยคุกคาม เช่น ยิงตอบโต้คนที่กำลังกราดยิงอยู่, ย้ายคนเจ็บออกจากอาคารที่ไม่มั่นคง หรือที่อับอากาศ Confined Space, จัดการกับสารเคมี HAZMAT ฯลฯ
4. ป้องกันภัยต่อประชาชนทั่วไป
✅ Guideline แนวทางการปฏิบัติ
✅ Tactical Supremacy + Threat Mitigation ยาที่ดีที่สุดในสนามรบคือ การตอบโต้ด้วยอำนาจการยิงที่เหนือกว่า ต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งทีมและคนเจ็บ ถ้าเป็นไปได้ ให้เข้าถึงคนเจ็บและนำออกอย่างรวดเร็ว แต่ถ้ามีความเสี่ยงว่าเข้าไปแล้วจะมีคนเจ็บเพิ่มเติม ก็ไม่ต้องเข้าไป! ในห้วงเวลานี้จะไม่มีการ Triage การจะเข้าถึงหรือย้ายใครก่อนขึ้นอยู่กับสถานการณ์หน้างานและทรัพยากรที่มี อย่าลืมว่า Threat ก็เหมือน Triage ที่เป็น Dynamic Process ภัยคุกคามเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ต้องประเมินสถานการณ์สม่ำเสมอ Case สีเหลืองกลายเป็นสีแดงได้ฉันใด Warm Zone ก็เปลี่ยนเป็น Hot Zone ได้ฉันนั้น
✅ Casualty Engage in Operation + Move to Safety + Apply Self-Aid คนเจ็บก็ต้องช่วยยิงตอบโต้และดูแลตัวเองเบื้องต้นก่อน เพราะ ณ จุดๆ นั้น ทีมอาจจะยังเข้าไปช่วยไม่ได้
✅ Casualty Extraction แบ่งคนเจ็บออกเป็น 3 ประเภท
🔹 รู้ตัว ขยับได้ ก็ช่วยเหลือตัวเองโดยย้ายไปที่ปลอดภัย
🔹 รู้ตัว แต่ขยับไม่ได้ ก็นอนราบกับพื้น รอจนกว่าสถานการณ์จะปลอดภัย ทีมต้องคิดแผนช่วยเหลือที่ปฏิบัติได้จริง
🔹 ไม่รู้ตัว ไม่ขยับ หัวหน้าต้องพิจารณาข้อดี vs ข้อเสีย vs ความเสี่ยงของการเข้าช่วย เข้าไปช่วยแล้วจะสำเร็จไหม? หรือจะมีคนเจ็บเพิ่มอีก? ต้องประเมินอาการจากระยะไกล (Remote Medical Assessment)
✅ Consider Stop Life-Treatening External Hemorrhage ให้พิจารณาการ Stop Bleed หมายความว่า ถ้าสถานการณ์อันตราย ต้องเข้าที่ปลอดภัยก่อน ไม่ใช่จะรัด Tourniquet ทันที เพราะถ้ามัวแต่พัน TQ ก็อาจจะโดนยิงเพิ่มได้ (ลองจับเวลาดูว่าการพัน TQ แต่ละครั้งใช้เวลากี่วินาที เทียบกับการเล็งเป้าแล้วยิง) วิธีการห้ามเลือดที่แนะนำคือใช้ Tourniquet และ Direct Pressure
🩸 Tourniquet แนะนำให้รัดสูงที่สุดและแน่นที่สุด High and Tight ห้วงเวลานี้มีความเร่งรีบ ยังไม่ต้องไปวัดว่าเหนือแผลเท่าไหร่ (แผลอยู่ไหนในร่มผ้าก็ไม่รู้ กว่าจะหากรรไกรมาตัดก็เสียเวลา) รัดไปก่อนแล้วค่อยมาประเมินอีกครั้งว่าจะเปลี่ยนตำแหน่งมั้ย (Tourniquet Conversion / Removal ) รัดเหนือเสื้อผ้าได้ ขันจนกว่าเลือดจะหยุดไหล เจ้าหน้าที่ควรมี TQ พร้อมสำหรับการหยิบจับทั้งสองมือ ต้องรัด TQ ด้วยมือเดียวได้
✅ Consider Airway Protection พิจารณาจัดท่าผู้ป่วยในท่าที่ Protect Airway เช่น Recovery Position แต่ถ้าคนเจ็บถูกยิงที่หน้าแผลเหวอะ จมูกปากหายไป เลือดไหลจะสำลักเลือด ก็ให้เค้าอยู่ในท่าที่เค้าหายใจสะดวก ให้นั่งโน้มตัวไปข้างหน้าใน Tripod Position
✅ Minimal Trauma Intervention ห้วงเวลานี้อย่าทำเยอะ น้อยแต่มาก การรักษาพยาบาลทำได้จำกัด ถ้าอยากทำมากขึ้นให้ไปทำใน Indirect Threat Care / Warm Zone
Reference
Committee for Tactical Emergency Casualty Care
Click to access TECC_Guidelines_-_JUNE_2015_update.pdf

Leave a comment