
🚖 💥 🚕 กลไกของรถชน
– เมื่อรถชน จะเกิดการกระแทก 4 ชนิดคือ
1. การกระแทกระหว่างรถและวัตถุที่ชน
2. การกระแทกระหว่างผู้โดยสารและด้านในรถ –> Airbag และ Safety Belt จะช่วยลดแรงกระแทกนี้
3. การกระแทกระหว่างอวัยวะของผู้โดยสารและกระดูกของร่างกาย เช่น กะโหลก หน้าอก ช่องท้อง
4. การกระแทกระหว่างผู้โดยสารและสิ่งของที่ไม่ได้ยึดตรึงภายในรถ
🎈 กลไกของ Airbag
📲 Airbag จะทำงานเมื่อตัวเซ็นเซอร์ตรวจจับการกระแทกบริเวณด้านหน้าหรือด้านข้างรถ ตัวเซ็นเซอร์นี้จะส่งสัญญาณไปยังกล่องควบคุมระบบความปลอดภัยของรถ กล่องจะสั่งให้ถุงลมทำงานเมื่อเกิดการชนที่รุนแรงมาก เพราะ Airbag ก็ยังอันตราย ทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ ดังนั้น ถุงลมนิรภัยจะไม่ทำงานในทุกครั้งที่เกิดการชน จะทำงานเมื่อรุนแรงและจำเป็นจริงๆ เท่านั้น
🧨 การจุดระเบิดกระเปาะบรรจุก๊าซจะทำให้ถุงลมพองตัวอย่างรวดเร็ว (ปฏิกิริยา Sodium Azide NaN3 + Potassium Nitrate KNO3 = ก๊าซ Nitrogen) ถุงลมจะพองสูงสุดชั่วครู่แล้วค่อยๆ แฟ่บ เพราะมีรูรั่วอยู่ เพื่อให้ผู้โดยสารขยับตัวได้หลังอุบัติเหตุ
💨 จะมีควันออกมาหลังถุงลมทำงาน ควันนี้คือผงแป้งข้าวโพดหรือแป้ง Talcum เอาไว้ลดความเสียดทานระหว่างถุงลมและผิวหนังผู้โดยสาร ควันเหล่านี้ทำให้เกิด Skin + Eye + Lung Irritation ได้
❓ Airbag อยู่ที่ไหนบ้าง ?
🚍 Airbag ที่ทำงานเมื่อมีการกระแทกที่ด้านหน้ารถ (Head-on Collision)
– Driver Airbag อยู่ตรงกลางพวงมาลัย ความจุประมาณ 45-65 L ป้องกันหัว คอ และหน้าอก ดังนั้นถ้ารถชนด้านข้าง ตัวนี้จะไม่ทำงาน
– Front Passenger Airbag อยู่ที่นั่งข้างคนขับ ตรงลิ้นชักบริเวณเข่า ความจุประมาณ 105 L ป้องกันหัว คอและหน้าอก
– Knee Airbag อยู่ใต้พวงมาลัยและใต้ลิ้นชักของที่นั่งข้างคนขับ ป้องกันเข่า
🚌 Airbag ที่ทำงานเมื่อมีการกระแทกที่ด้านข้างรถ (Side-on Collision)
– Side Airbag อยู่บริเวณประตูหรือที่นั่ง ความจุประมาณ 14 L ป้องกันหน้าอก ดังนั้นถ้ารถชนทางด้านหน้ารถ ตัวนี้จะไม่ทำงาน
– Roof Rail Airbag อยู่บริเวณ💨เพดานเฟรมและเสา A ความจุประมาณ 13 L ป้องกันศีรษะและคอ
❤️ ความสำคัญในงาน EMS
❤️ Airbag ที่พองตัวแล้วจะไม่อันตราย แต่ Airbag ที่ยังไม่ทำงาน มีโอกาสระเบิดได้ทุกเมื่อ จึงควรเว้นระยะห่าง
– 5 นิ้ว (13 cm) จาก Side Impact Airbag
– 10 นิ้ว (25 cm) จาก Driver Airbag
– 20 นิ้ว (51 cm) จาก Front Passenger Airbag
❤️ คนที่นั่งในรถแบบไม่เหมาะสม (Out of Position) จะเกิดอันตราย เช่น ถ้าผู้โดยสารข้างคนขับนั่งโดยยกขาพาดคอนโซลรถ แล้วรถชน Front Passenger + Knee Airbag จะกระแทกขาของผู้โดยสาร เกิดการบาดเจ็บที่ขาและกระดูกสันหลังได้
❤️ หากมีสิ่งของ เด็กทารก สัตว์เลี้ยง อยู่ระหว่าง Airbag และผู้โดยสาร สิ่งนั้นจะถูกอัดกระแทกเข้ากับหน้าอกของผู้โดยสาร (ที่รัด Safety Belt อยู่)
❤️ Safety Belt ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น เด็กที่อายุน้อยกว่า 12 ปี หรือสูงน้อยกว่า 150 cm ควรนั่งใน Car Seat เพราะเมื่อเกิดการชน เด็กจะหลุดจากที่นั่งเพราะเข็มขัดขนาดใหญ่ไป
❤️ ควรวาง Car Seat ที่เบาะหลัง ห้ามวางบริเวณที่นั่งข้างคนขับ โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 4 ปีจะต้องนั่งโดยหันหน้าไปทางท้ายรถ ต้องปรับที่นั่งให้ห่างจากคอนโซลที่สุด และควรปิด Side Impact Airbag ด้วย
❤️ กรณีไฟไหม้รถ Airbag สามารถระเบิดได้ที่ความร้อนมากกว่า 200 เซลเซียส
✅ สรุป
✅ ต้องใช้ Airbag และ Safety Belt ร่วมกันถึงมีประสิทธิภาพสูงสุด ถ้าไม่รัดเข็มขัด ตัวก็จะกระแทกกับถุงลมนิรภัย บาดเจ็บมากขึ้นอีก
✅ Airbag จะไม่ทำงานในทุกครั้งที่เกิดการชน จะทำงานเมื่อชนรุนแรงมาก ในทิศทางที่มีประโยชน์เท่านั้น เช่นหากชนด้านข้างคนขับ Side + Roof Rail Airbag จะทำงาน แต่ Driver, Front Passenger และ Knee Airbag จะไม่ทำงานเพราะจะเกิดโทษมากกว่า เช่นเดียวกัน ถ้ารถถูกชนจากด้านหลัง ก็ไม่มีความจำเป็นที่ Airbag จะทำงาน เพราะมี Safety Belt อยู่แล้ว
✅ เวลาออกเหตุ ควรเว้นระยะห่าง 5 นิ้วจากประตู 10 นิ้วจากพวงมาลัย และ 25 นิ้วจากคอนโซลข้างคนขับ
✅ การแจ้งความเสียหาย + ถ่ายภาพรถให้ทีมที่โรงพยาบาลดู จะช่วยให้ทีมโรงพยาบาลเห็นภาพกลไกการบาดเจ็บ (Mechanism of Injury) และส่งตรวจหาการบาดเจ็บเพิ่มเติมแม่นยำขึ้น
Reference
– Singh Siddhart. A technical seminar report on safety airbags in cars. Department of Mechanical Engineering. Visvesvaraya Technological University. Belgaum.
– Wallis L A, Greaves I. Injuries associated with airbag deployment. Emerg Med. 2002;19:490-493.
– Pollak A N, Edgerly D, McKenna K D, Vitberg D A. Emergency Care and Transport of the Sick and Injured. Jones & Bartlett Learning.
– BMW. Everything you need to know about the airbag.
– Photo by Artyom Kulakov from Pexels. https://www.pexels.com/photo/green-car-2265634/

Leave a comment