
PPE EMS ทั่วไปไม่เพียงพอในสถานการณ์อาคารถล่มเพราะถือว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงอันตรายสูง บุคลากรต้องมี PPE ที่ครบถ้วนและได้มาตรฐานเฉกเช่นเดียวกับของนักกู้ภัยที่ปฏิบัติงาน
“You’re working in a rescue zone. Your PPE must protect you like rescue.”
มีอันตรายอะไรบ้างในตึกถล่ม ?
โครงสร้างที่ไม่มั่นคง : ซากปรักหักพังอาจถล่มซ้ำ
วัสดุแหลมคม : คอนกรีท กระจก เหล็ก ตะปู
มลพิษทางอากาศ : ฝุ่น ควัน แอสเบสโทส รา สารเคมี
ที่อับอากาศ : ที่คับแคบ เข้าออกยาก ออกซิเจนต่ำ มีก๊าซพิษ
ไฟฟ้าและก๊าซ : สายไฟ ไฟดูด แก๊สรั่ว เพลิงไหม้
มลพิษทางเสียง : จากเครื่องมือกู้ภัย ตัดคอนกรีท เครื่องเจาะ
สารคัดหลั่ง : เลือด อาเจียน อุจจาระ ปัสสาวะ ร่างผู้เสียชีวิตที่เน่าสลาย
…
มาตรฐานของ PPE ได้แก่
NFPA 1951 (สำหรับการกู้ภัย) Standard on Protective Ensembles for Technical Rescue Incidents
NFPA 1999 (สำหรับการปฏิบัติการทางการแพทย์ฉุกเฉิน) Standard on Protective Clothing for Emergency Medical Operations
OSHA 29 CFR 1910 Subpart 1 (สำหรับอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล) General PPE Requirement
…
อุปกรณ์ที่ต้องมี
Head Protection (Technical Rescue Helmet) หมวกนิรภัย
– มาตรฐาน ANSI Z89.1 EN 12492 NFPA 1951
– ทำจาก Polycarbonate หรือ ABS ที่ทนความร้อนและแรงกระแทกสูง ปกป้องจากการกระแทกด้านบนและด้านข้าง มีระบบรองรับแรงกระแทก 4 หรือ 6 จุด (4/6 point suspension) ทนความร้อนอย่างน้อย 250 องศา ป้องกันต่อไฟฟ้าอย่างน้อย 20,000 โวลต์ มีสายรัดคางที่แข็งแรง
…
Lighting ไฟฉาย
– มาตรฐาน ANSI/NEMA FL1, ATEX/IECEx (สำหรับพื้นที่เสี่ยงระเบิด)
– ควรสว่างอย่างน้อย 250-300 ลูเมน มีทั้งลำแสงกว้าง (Flood) และลำแสงไกล (Spot) การใช้ Cool White 5000-8000 k จะเหมาะสำหรับการมองหารายละเอียด แต่แสง Warm White 2700 – 3500 k จะแทรกผ่านฝุ่นและหมอกได้ดีกว่า การมีค่า CRI (Color Rendering Index) สูงมากกว่า 80 จะทำให้การมองเห็นสีใกล้เคียงธรรมชาติ แบตเตอร์รี่ควรมีอย่างน้อย 8-12 ชั่วโมง ทนต่อน้ำอย่างน้อย IPX4 ป้องกันฝุ่นอย่างน้อย IP5X สามารถทำงานในช่วงอุณหภูมิ -10 ถึง 50 องศาเซลเซียส
– แนะนำไฟฉายคาดศีรษะหรือติดที่หมวก ควรมีไฟฉายมือถือเป็นไฟสำรอง
…
Eye Protection อุปกรณ์ป้องกันดวงตา
– มาตรฐาน ANSI Z89.1 NFPA 1951, EN 166
– ทนต่อแรงกระแทกความเร็วสูงจากเศษวัสดุที่ตกหรือกระเด็น ป้องกันฝุ่นละอองและเศษวัสดุขนาดเล็ก (ฝุ่นคอนกรีท ฝุ่นแอสเบสตอส) ต้องมีที่กั้นด้านข้างเพราะเศษวัสดุมาได้จากทุกทิศทาง (side protection) เคลือบสารกันฝ้าและป้องกันรอยขีดข่วน
– ถ้าฝุ่นน้อยแบบแว่นตา Glasses อาจเพียงพอ แต่ถ้าฝุ่นมากหรือเป็นงานทุบทำลาย ควรใส่ Goggles ที่มีการซีลรอบดวงตา ถ้างานมีความเสี่ยงจากสารเคมีหรือของเหลว ต้องใช้ Face Shield ด้วย
…
Hearing Protection อุปกรณ์ป้องกันเสียง
– มาตรฐาน ANSI S3.19, EN 352
– การได้ยินเสียงดังมากกว่า 85 dB เป็นเวลานานทำให้เกิดการสูญเสียการได้ยินอย่างถาวรได้ และอุปกรณ์เครื่องตัดคอนกรีท เครื่องเจาะ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า สามารถสร้างเสียงที่ดังกว่า 100 dB มีแบบที่อุดหู (earplug) ที่ครอบหู (earmuff)
– แนะนำการป้องกันสำหรับเสียงดัง 95-105 dB ใช้ NRR (Noise Reduction Rating) อย่างน้อย 26-29 dB ถ้าเสียงดังกว่า 105 dB ควรใช้ทั้งที่อุดหูและที่ครอบหูพร้อมกัน
…
Respiratory Protection อุปกรณ์ป้องกันระบบหายใจ
– มาตรฐาน NIOSH-approved N95/P100, EN 149
– N-series (non oil-based particles) N 95 กรองอนุภาคได้อย่างน้อย 95%
– P-series (strongly resistant to oil) P100 กรองอนุภาคได้อย่างน้อย 99.97%
– เลือกใส่ตามความเสี่ยง
– กรณีอยู่ในพื้นที่ภายนอกที่มีฝุ่นน้อย ใส่อย่างน้อย N95
– กรณีเข้าไปในพื้นที่ตึกถล่มทั่วไป มีฝุ่นคอนกรีท ปูน กระจก รา สปอร์ แบคทีเรีย ใส่ P100 หรือหน้ากาก Half Face พร้อมตลับกรอง P100
– กรณีพื้นที่มีฝุ่นแอสเบสตอส (สารก่อมะเร็งและมีอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ) หรือสารอันตราย ใส่หน้ากาก Full Face พร้อมตลับกรอง P100 หรือ PAPR (Powered Air Purifying Respirator) ** N95 ไม่ป้องกันฝุ่นแอสเบสตอส
– ถ้ามีความเสี่ยงจากก๊าซหรือไอระเหย ควรใช้ตลับกรองแบบผสม P100 + Organic Vapor (เบนซีน โทลูอีน ไซลีน ฟอร์มาลดีไฮด์ อะซิโทน)/Acid Gas (Hydrochloric Acid, Sulfur Dioxide, Hydrogen Sulfide, Chlorine gas)
– กรณีพื้นที่อับอากาศ ออกซิเจนน้อยกว่า 19.5% ใส่ SCBA เท่านั้น
…
Clothing Protection เสื้อผ้าป้องกัน
– มาตรฐาน NFPA 1951, NFPA 1999, EN 469 ป้องกันการฉีกขาด การเจาะทะลุ เปลวไฟ เลือด สารคัดหลั่งและเชื้อโรค การขีดข่วน มีการระบายความร้อน มีแถบสะท้อน มีทั้งแบบชุดหมี แบบเสื้อและกางเกงแยกชิ้น
Fluid-Resistant Coverall ชุดกันสารคัดหลั่ง
– มาตรฐาน NFPA 1999, EN 14126 ป้องกันการซึมผ่านของเลือด เชื้อไวรัส ละอองเชื้อโรค การฉีกขาดเจาะทะลุ เช่น Tyvek, Tychem
– แนะนำใส่ทับชุดกู้ภัยหลักและเปลี่ยนหลังจากแต่ละการปฏิบัติงาน ใช้แล้วทิ้งเพื่อป้องกันการปนเปื้อน
…
Hand Protection ถุงมือ
– มาตรฐาน EN 388, NFPA 1951 ต้านทานการขัดถู การบาด การฉีกขาด การเจาะทะลุ และการกระแทก (Abrasion resistance 3+, Cut resistance 4/D+, Tear resistance 3+, Puncture resistance 3+) กันน้ำ ทนความร้อน และมีความคล่องตัว ป้องกันการสั่นสะเทือน ควรมีถุงมือสำรองอย่างน้อย 1-2 คู่
– ในกรณีที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสสารคัดหลั่ง ควรใส่ถุงมือยางแบบใช้แล้วทิ้งด้านใน และใส่ถุงมือกู้ภัยด้านนอก
…
Foot Protection รองเท้า
– มาตรฐาน ASTM F2413, EN ISO 20345 มีการป้องกันนิ้วเท้า (เช่นหัวเหล็ก หัวคอมโพสิต หัวอลูมิเนียม) พื้นรองเท้ามีการป้องกันการเจาะทะลุ (เช่นแผ่นเหล็กหรือแผ่นคอมโพสิจกันทะลุ Kevlar) กันน้ำกันลื่น (Goretex, Sympatex) ทนต่อน้ำมัน สารเคมี ความร้อน ป้องกันข้อเท้า
หลักการเลือกใช้ PPE คือประเมินตามความเสี่ยงของพื้นที่ งานที่ต้องทำ และโอกาสที่จะเกิดอันตรายแต่ละประเภท ควรป้องกันร่างกายแบบองค์รวม แต่ยังควรมีความสมดุลในการเคลื่อนไหวอย่างคล่องตัว ใส่แล้วสบาย ไม่หนัก ฝึกฝนให้คุ้นเคยกับอุปกรณ์
อย่าประนีประนอมเรื่องความปลอดภัย เพราะการลดมาตรฐาน PPE อาจนำไปสู่การบาดเจ็บของตัวเรา ควรถามคำถามกับตัวเองเสมอว่า
“เราใส่อุปกรณ์ป้องกันที่ถูกต้องและเหมาะสมแล้วหรือยัง ?”
#StructuralCollapse#CollapsedBuilding#Disaster#PPE#PersonalProtectiveEquipment#ASimplifiedSoloTraveller

Leave a comment