PPE EMS ทั่วไปไม่เพียงพอในสถานการณ์อาคารถล่มเพราะถือว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงอันตรายสูง บุคลากรต้องมี PPE ที่ครบถ้วนและได้มาตรฐานเฉกเช่นเดียวกับของนักกู้ภัยที่ปฏิบัติงาน

📌 “You’re working in a rescue zone. Your PPE must protect you like rescue.”

💥 มีอันตรายอะไรบ้างในตึกถล่ม ?

🏚️ โครงสร้างที่ไม่มั่นคง : ซากปรักหักพังอาจถล่มซ้ำ

🔪 วัสดุแหลมคม : คอนกรีท กระจก เหล็ก ตะปู

🩻 มลพิษทางอากาศ : ฝุ่น ควัน แอสเบสโทส รา สารเคมี

☠️ ที่อับอากาศ : ที่คับแคบ เข้าออกยาก ออกซิเจนต่ำ มีก๊าซพิษ

⚡️ ไฟฟ้าและก๊าซ : สายไฟ ไฟดูด แก๊สรั่ว เพลิงไหม้

🗣️ มลพิษทางเสียง : จากเครื่องมือกู้ภัย ตัดคอนกรีท เครื่องเจาะ

🩸 สารคัดหลั่ง : เลือด อาเจียน อุจจาระ ปัสสาวะ ร่างผู้เสียชีวิตที่เน่าสลาย

📍 มาตรฐานของ PPE ได้แก่

📍 NFPA 1951 (สำหรับการกู้ภัย) Standard on Protective Ensembles for Technical Rescue Incidents

📍 NFPA 1999 (สำหรับการปฏิบัติการทางการแพทย์ฉุกเฉิน) Standard on Protective Clothing for Emergency Medical Operations

📍 OSHA 29 CFR 1910 Subpart 1 (สำหรับอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล) General PPE Requirement

📌 อุปกรณ์ที่ต้องมี

⛑️ Head Protection (Technical Rescue Helmet) หมวกนิรภัย

– มาตรฐาน ANSI Z89.1 EN 12492 NFPA 1951

– ทำจาก Polycarbonate หรือ ABS ที่ทนความร้อนและแรงกระแทกสูง ปกป้องจากการกระแทกด้านบนและด้านข้าง มีระบบรองรับแรงกระแทก 4 หรือ 6 จุด (4/6 point suspension) ทนความร้อนอย่างน้อย 250 องศา ป้องกันต่อไฟฟ้าอย่างน้อย 20,000 โวลต์ มีสายรัดคางที่แข็งแรง

🔦 Lighting ไฟฉาย

– มาตรฐาน ANSI/NEMA FL1, ATEX/IECEx (สำหรับพื้นที่เสี่ยงระเบิด)

– ควรสว่างอย่างน้อย 250-300 ลูเมน มีทั้งลำแสงกว้าง (Flood) และลำแสงไกล (Spot) การใช้ Cool White 5000-8000 k จะเหมาะสำหรับการมองหารายละเอียด แต่แสง Warm White 2700 – 3500 k จะแทรกผ่านฝุ่นและหมอกได้ดีกว่า การมีค่า CRI (Color Rendering Index) สูงมากกว่า 80 จะทำให้การมองเห็นสีใกล้เคียงธรรมชาติ แบตเตอร์รี่ควรมีอย่างน้อย 8-12 ชั่วโมง ทนต่อน้ำอย่างน้อย IPX4 ป้องกันฝุ่นอย่างน้อย IP5X สามารถทำงานในช่วงอุณหภูมิ -10 ถึง 50 องศาเซลเซียส

– แนะนำไฟฉายคาดศีรษะหรือติดที่หมวก ควรมีไฟฉายมือถือเป็นไฟสำรอง

🥽 Eye Protection อุปกรณ์ป้องกันดวงตา

– มาตรฐาน ANSI Z89.1 NFPA 1951, EN 166

– ทนต่อแรงกระแทกความเร็วสูงจากเศษวัสดุที่ตกหรือกระเด็น ป้องกันฝุ่นละอองและเศษวัสดุขนาดเล็ก (ฝุ่นคอนกรีท ฝุ่นแอสเบสตอส) ต้องมีที่กั้นด้านข้างเพราะเศษวัสดุมาได้จากทุกทิศทาง (side protection) เคลือบสารกันฝ้าและป้องกันรอยขีดข่วน

– ถ้าฝุ่นน้อยแบบแว่นตา Glasses อาจเพียงพอ แต่ถ้าฝุ่นมากหรือเป็นงานทุบทำลาย ควรใส่ Goggles ที่มีการซีลรอบดวงตา ถ้างานมีความเสี่ยงจากสารเคมีหรือของเหลว ต้องใช้ Face Shield ด้วย

👂🏼 Hearing Protection อุปกรณ์ป้องกันเสียง

– มาตรฐาน ANSI S3.19, EN 352

– การได้ยินเสียงดังมากกว่า 85 dB เป็นเวลานานทำให้เกิดการสูญเสียการได้ยินอย่างถาวรได้ และอุปกรณ์เครื่องตัดคอนกรีท เครื่องเจาะ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า สามารถสร้างเสียงที่ดังกว่า 100 dB มีแบบที่อุดหู (earplug) ที่ครอบหู (earmuff)

– แนะนำการป้องกันสำหรับเสียงดัง 95-105 dB ใช้ NRR (Noise Reduction Rating) อย่างน้อย 26-29 dB ถ้าเสียงดังกว่า 105 dB ควรใช้ทั้งที่อุดหูและที่ครอบหูพร้อมกัน

🫁 Respiratory Protection อุปกรณ์ป้องกันระบบหายใจ

– มาตรฐาน NIOSH-approved N95/P100, EN 149

– N-series (non oil-based particles) N 95 กรองอนุภาคได้อย่างน้อย 95%

– P-series (strongly resistant to oil) P100 กรองอนุภาคได้อย่างน้อย 99.97%

– เลือกใส่ตามความเสี่ยง

– กรณีอยู่ในพื้นที่ภายนอกที่มีฝุ่นน้อย ใส่อย่างน้อย N95

– กรณีเข้าไปในพื้นที่ตึกถล่มทั่วไป มีฝุ่นคอนกรีท ปูน กระจก รา สปอร์ แบคทีเรีย ใส่ P100 หรือหน้ากาก Half Face พร้อมตลับกรอง P100

– กรณีพื้นที่มีฝุ่นแอสเบสตอส (สารก่อมะเร็งและมีอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ) หรือสารอันตราย ใส่หน้ากาก Full Face พร้อมตลับกรอง P100 หรือ PAPR (Powered Air Purifying Respirator) ** N95 ไม่ป้องกันฝุ่นแอสเบสตอส

– ถ้ามีความเสี่ยงจากก๊าซหรือไอระเหย ควรใช้ตลับกรองแบบผสม P100 + Organic Vapor (เบนซีน โทลูอีน ไซลีน ฟอร์มาลดีไฮด์ อะซิโทน)/Acid Gas (Hydrochloric Acid, Sulfur Dioxide, Hydrogen Sulfide, Chlorine gas)

– กรณีพื้นที่อับอากาศ ออกซิเจนน้อยกว่า 19.5% ใส่ SCBA เท่านั้น

🦺 Clothing Protection เสื้อผ้าป้องกัน

– มาตรฐาน NFPA 1951, NFPA 1999, EN 469 ป้องกันการฉีกขาด การเจาะทะลุ เปลวไฟ เลือด สารคัดหลั่งและเชื้อโรค การขีดข่วน มีการระบายความร้อน มีแถบสะท้อน มีทั้งแบบชุดหมี แบบเสื้อและกางเกงแยกชิ้น

🦺 Fluid-Resistant Coverall ชุดกันสารคัดหลั่ง

– มาตรฐาน NFPA 1999, EN 14126 ป้องกันการซึมผ่านของเลือด เชื้อไวรัส ละอองเชื้อโรค การฉีกขาดเจาะทะลุ เช่น Tyvek, Tychem

– แนะนำใส่ทับชุดกู้ภัยหลักและเปลี่ยนหลังจากแต่ละการปฏิบัติงาน ใช้แล้วทิ้งเพื่อป้องกันการปนเปื้อน

🧤 Hand Protection ถุงมือ

– มาตรฐาน EN 388, NFPA 1951 ต้านทานการขัดถู การบาด การฉีกขาด การเจาะทะลุ และการกระแทก (Abrasion resistance 3+, Cut resistance 4/D+, Tear resistance 3+, Puncture resistance 3+) กันน้ำ ทนความร้อน และมีความคล่องตัว ป้องกันการสั่นสะเทือน ควรมีถุงมือสำรองอย่างน้อย 1-2 คู่

– ในกรณีที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสสารคัดหลั่ง ควรใส่ถุงมือยางแบบใช้แล้วทิ้งด้านใน และใส่ถุงมือกู้ภัยด้านนอก

🥾 Foot Protection รองเท้า

– มาตรฐาน ASTM F2413, EN ISO 20345 มีการป้องกันนิ้วเท้า (เช่นหัวเหล็ก หัวคอมโพสิต หัวอลูมิเนียม) พื้นรองเท้ามีการป้องกันการเจาะทะลุ (เช่นแผ่นเหล็กหรือแผ่นคอมโพสิจกันทะลุ Kevlar) กันน้ำกันลื่น (Goretex, Sympatex) ทนต่อน้ำมัน สารเคมี ความร้อน ป้องกันข้อเท้า

🔥 หลักการเลือกใช้ PPE คือประเมินตามความเสี่ยงของพื้นที่ งานที่ต้องทำ และโอกาสที่จะเกิดอันตรายแต่ละประเภท ควรป้องกันร่างกายแบบองค์รวม แต่ยังควรมีความสมดุลในการเคลื่อนไหวอย่างคล่องตัว ใส่แล้วสบาย ไม่หนัก ฝึกฝนให้คุ้นเคยกับอุปกรณ์

❤️ อย่าประนีประนอมเรื่องความปลอดภัย เพราะการลดมาตรฐาน PPE อาจนำไปสู่การบาดเจ็บของตัวเรา ควรถามคำถามกับตัวเองเสมอว่า

“เราใส่อุปกรณ์ป้องกันที่ถูกต้องและเหมาะสมแล้วหรือยัง ?”

#StructuralCollapse#CollapsedBuilding#Disaster#PPE#PersonalProtectiveEquipment#ASimplifiedSoloTraveller

Leave a comment

Recent posts

Quote of the week

“Trust your training, but listen to your intuition. Both are essential in wilderness medicine.”

~A Simplified Solo Traveller