
เป้าหมายคือ ครอบครัวต้องอยู่ได้ด้วยตนเองในยามที่สาธารณูปโภคทุกส่วนพังทลาย ไม่มีน้ำ ไม่มีอาหาร ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีอินเตอร์เน็ท ไม่มีรถ ครอบครัวในที่นี้รวมถึง พ่อ แม่ ลูก ปู่ ย่า ตา ยาย หลาน คนป่วยในบ้าน สัตว์เลี้ยงด้วย และเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน จะทำให้คนที่อยู่ข้างหลังไม่ลำบากเพราะเตรียมทุกอย่างไว้ให้แล้ว
…
มีช่องทางการสื่อสาร Communication Plan
ทำลิสต์ช่องทางการติดต่อของทุกคนในครอบครัว ชื่อ รูปถ่าย เบอร์มือถือ line facebook e-mail ที่อยู่ ที่ทำงาน/โรงเรียน เบอร์ติดต่อที่ทำงาน รายละเอียดต้องครบ บอกความสัมพันธ์ด้วย นอกจากนี้ควรใส่เบอร์ฉุกเฉิน เช่น 1669 191
ปริ้น Contact Card ของสมาชิกทุกคนในครอบครัวลงในกระดาษ พกติดตัวไว้ เก็บไว้ในที่สำคัญ เช่นมือถือ กระเป๋าเงิน รถยนต์ ทำ Digital Copy แล้วอัพโหลดลง Cloud ด้วย
มีหลายช่องทางการติดต่อ เช่น text message, โทรหา, social media (line, WhatsApp), e-mail และ voice message อาจทำ family group chat ที่ทุกคนเข้าถึงได้ หรือมี walkie-talkie / วิทยุติดตัวเพิ่ม
มี Communication Protocol โดยสร้าง Standard message เช่น “ฉันปลอดภัยอยู่ที่ xxx ตอนนี้ต้องการ/ไม่ต้องการความช่วยเหลือ” อัพเดท status ทุก 2 ชั่วโมง มี code ลับที่ในครอบครัวรู้กันเองในกรณีที่มีอันตราย
มีคนกลางในการติดต่อที่ไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ต้องอยู่ไกลออกไปมาก คนๆ นี้จะเป็นศูนย์กลางในการประสานงานและช่วยเหลือครอบครัว
…
มีสถานที่พักพิงและหลบภัย Shelter Plan
ตัดสินใจว่าจะอยู่หรือจะไป แบ่งเป็นที่บ้าน กับไม่ใช่บ้าน
กรณีที่เป็นบ้าน หา 1 Safe Room พิจารณาว่าบริเวณไหนในบ้านแข็งแรงและปลอดภัยในแต่ละภัยพิบัติ เช่นน้ำท่วมก็ควรเป็นห้องชั้นบน ถ้าแผ่นดินไหวก็จะเป็นห้องที่แข็งแรง ถล่มยาก ถ้าลมพายุก็เลือกห้องที่ปิด ไม่มีกระจกหรือหน้าต่าง ในกรณีนี้ต้องพิจารณาว่าบ้านปลอดภัย พักอยู่อาศัยได้ ระวังเรื่องไฟฟ้าลัดวงจร ระบบท่อน้ำ ระบบแก๊ส
กรณีที่ไม่ใช่บ้าน จะเป็นศูนย์หลบภัยสาธารณะ เช่นโรงเรียน มหาลัย โรงยิม โบสถ์ ลานกีฬา หรือบ้านเพื่อน บ้านญาติ โรงแรม ฯลฯ ก็ได้ กรณีนี้ต้องรู้ว่าจุดๆ นั้นอยู่ที่ไหน เดินทางไปยังไง อยู่ห่างจากบ้านกี่กิโลเมตร มีแผนที่ เวลาเปิดปิดของที่นั้น
มีลิสต์รายชื่อ เบอร์โทรและตำแหน่งของโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียง พร้อมศักยภาพในการรักษา ในกรณีฉุกเฉิน
ในกรณีผู้สูงวัยที่มีความต้องการทางการแพทย์ เช่นต้องล้างไตเป็นประจำ ต้องรู้ว่ามีโรงพยาบาลหรือศูนย์ฟอกไตที่ไหนบ้าง อย่างน้อย 3 ที่
…
แผนการอพยพ Evacuation Plan
หากต้องเดินทางกลับไปที่บ้านหรือที่หลบภัยอื่น ควรมีเส้นทางการเดินทางอย่างน้อย 2 เส้น มีแผนที่เผื่อไว้ในกรณีที่อินเตอร์เน็ทล่ม ใช้ google map ไม่ได้
มีเส้นทางหลบหนีออกจากบ้านเช่นกัน
ระบุวิธีการเดินทาง เช่น ใช้รถยนต์ส่วนตัว จักรยาน จักรยานยนต์ เดิน ขี่ม้า เรือยาง (รถบัส รถไฟฟ้า รถไฟ อาจใช้งานไม่ได้)
สำคัญที่สุด คือการซักซ้อม สมาชิกในครอบครัวต้องจดจำเส้นทางให้ได้
ในกรณีเด็กที่ต้องไปโรงเรียน ผู้ปกครองอาจต้องวางแผนการเดินทางไปรับลูกที่โรงเรียนด้วย
ในกรณีผู้สูงวัย ต้องคำนึงว่าท่านสามารถเดินเองได้ไหม เช่นต้องใช้ wheel chair หรือต้องอุ้มเท่านั้น รูปแบบการเดินทางก็จะเปลี่ยนไป
…
อุปกรณ์ฉุกเฉิน Emergency Kit (GO-Bag สำหรับ 72 ชั่วโมง หรือ Stay-at-Home Kit สำหรับ 2 อาทิตย์)
เตรียมปัจจัย 4 ควรมี 1 set สำหรับที่บ้าน และแบบกระเป๋าที่สะพายออกไปได้เลย อาทิ น้ำดื่ม 4 ลิตร/คน/วัน สำหรับอย่างน้อย 3 วัน (ถ้าให้ดีคือ 7 วันหรือมีเครื่องกรองน้ำ) อาหารที่ทานได้เลย ไม่ต้องผ่านความร้อน ไม่ต้องแช่ตู้เย็น เงินสด บัตร credit ยาสามัญประจำบ้าน First Aid kit เครื่องนุ่งห่ม รองเท้า ถุงมือ อุปกรณ์เครื่องนอน แผ่นรองนอน เต้นท์ อุปกรณ์ส่วนตัวเช่น แปรงสีฟัน สบู่ ทิชชู่ แอลกอฮอลล์สเปรย์ ถุงขยะสำหรับทิ้งอุจจาระ เครื่องมือ Multi-tool มีด เทปกาว นกหวีด ไฟฉาย แบตเตอร์รี่สำรอง
อุปกรณ์ที่เฉพาะเจาะจงต่อภัยพิบัติ เช่นเสื้อชูชีพ throw bag รองเท้ายาง เสื้อผ้าที่แห้งไว dry bag space blanket อุปกรณ์กรองน้ำ ยากันยุง ยากันเท้าขึ้นรา ORS ในน้ำท่วม หรือพวกหน้ากากอนามัย N95 ถุงมือหนาๆ รองเท้า Safety หมวกนิรภัย นกหวีด light stick ในแผ่นดินไหว
สำหรับเด็กทารก ต้องมีขวดนม นมผง น้ำสำปรับชงนม อาหารเด็ก ผ้าอ้อม wet wipes ถุงขยะ ของเล่นเด็ก จุกนม ยาลดไข้ ปรอทวัดไข้
สำหรับผู้สูงวัย ต้องมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้ครบ เช่น ยาสำหรับอย่างน้อย 1 เดือน (ยาความดัน ยาเบาหวาน) แว่นตา เครื่องช่วยฟัง ไม้เท้า wheelchair ankle/knee support มีเครื่องผลิต oxygen และเครื่องผลิตไฟฟ้าสำรอง เครื่อง suction พ่นยา
สำหรับสัตว์เลี้ยง มีน้ำอย่างน้อย 1 ลิตรต่อวันต่อตัว มีอาหารสัตว์ ถ้วยให้อาหาร ทรายแมว ที่ตักอุจจาระ ถุงพลาสติกสำหรับทิ้งอุจจาระ สายจูง
…
เอกสารจำเป็น Personal & Financial Document
เอกสารส่วนตัว บัตรประชาชน Passport ใบเกิด ใบจดทะเบียนสมรส ใบหย่า ใบขับขี่ เอกสารพินัยกรรมและการวางแผนมรดก หนังสือมอบอำนาจ คำสั่งล่วงหน้าเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล living will / advance directives ข้อมูลการบริจาคอวัยวะ ข้อมูลติดต่อทนายความ
เอกสารทางการเงิน สมุดบัญชีการฝากเงินของทุกธนาคารที่มี การเข้าระบบธนาคารออนไลน์ สลิปเงินเดือน บำเหน็ดบำนาญ บัญชีการลงทุน หุ้น กองทุน ตราสารหนี้ ทอง forex คริปโต รายการภาษีย้อนหลัง ความเป็นเจ้าของธุรกิจ สิทธิประโยชน์จากรัฐบาล ข้อมูลหนี้สิน เงินกู้ บิลค้างชำระ รายการชำระเงินอัตโนมัติและวันครบกำหนด ข้อมูลบัตรเครดิตและเดบิต กรมธรรม์ประกันภัยชีวิต สุขภาพ บ้าน รถยนต์ ข้อมูลตัวแทนและการเคลม ผู้รับผลประโยชน์ เอกสารประกันสังคม ประกันอัคคีภัย เอกสารทรัพย์สิน โฉนดบ้าน สัญญาเช่า สินเชื่อที่อยู่อาศัยพร้อมหมายเลขบัญชี เล่มทะเบียนรถยนต์ เอกสารจดทะเบียนรถยนต์ เอกสารประเมินมูลค่าสิ่งของมีค่า (งานศิลปะ ของสะสม) รายการสิ่งของในบ้านพร้อมภาพถ่าย บิลเรียกเก็บสาธารณูปโภค
เอกสารครอบครัว รูปถ่ายครอบครัว ชื่อ เบอร์ติดต่อ email ชื่อโรงเรียนของลูก เบอร์โทรศัพท์ของโรงเรียน เอกสารการรับรองบุตร การอุปการะบุตร
ข้อมูลทางการแพทย์ ประวัติการรักษา โรคประจำตัว แพ้ยาแพ้อาหาร ประวัติการผ่าตัด ยาที่รับประทานทุกตัวพร้อมระบุโดส ประกันสุขภาพ เบอร์ติดต่อโรงพยาบาลหรือหมอที่รักษาประจำ ประวัติการฉีดวัคซีนของครอบครัว เลือดกรุ้บ ประวัติการทำฟัน ประวัติการทำแว่นสายตา
ข้อมูลของสัตว์เลี้ยง ประวัติวัคซีน การฝัง microchip รูปถ่ายสัตว์เลี้ยง ข้อมูลการติดต่อโรงพยาบาลสัตว์ที่รักษาอยู่
…
นอกจากการเตรียมความพร้อมใน Communication Plan, Shelter Plan, Evacuation Plan, Emergency Kit และ Financial & Personal Document แล้ว สมาชิกแต่ละคนในครอบครัว ต้องเป็นทีมเดียวกัน แต่ละคนจะมีบทบาทหน้าที่ของตัวเอง เช่นคนนึงดูแลผู้สูงวัย คนนึงดูลูก หลาน สุนัข คนนึงดูแลเรื่อง logistics คนนึงดูแลเรื่อง emergency kit และมีการซักซ้อมแผนการอย่างสม่ำเสมอเพื่อการตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
#FamilyEmergencyResponsePlan#DisasterPreparation#EmergencyPlanning#ASimplifiedSoloTraveller

Leave a comment