⏰ ตื่น 04.45 เก็บสัมภาระใส่เป้ ล้างหน้า แปรงฟัน เข้าห้องน้ำ อากาศตอนเช้าค่อนข้างหนาว ถ้าชุดเอาไม่อยู่คือแย่เลย (อากาศในเมืองกับบนยอดเขาคนละเรื่องกันเลยนะ) ดีที่แบกเสื้อ fleece ไว้เผื่ออีกตัว เวลาที่เราเดินจะอุ่น แต่ถ้าหยุดเดินอยู่ที่พักแรมเมื่อไหร่จะหนาวมาก

🍜 อาหารเช้าตอน 05.30 เป็นมาม่าใส่ผัดผัก ไข่เจียว และเศษเนื้อหมูจากมื้อเมื่อคืน กาแฟร้อน 3 in 1 แก้วนึง

🥾 เริ่มขึ้นยอด 6.30 ระยะทาง 3 กิโล elevation gain 500 เมตร เดินตามทางไม้ไผ่ไปเรื่อยๆ ทางก็เหมือนเดิม ชันนนน เดินขึ้นบันไดหิน บันไดเหล็กไปเรื่อยๆ ความพี้คคือทางให้เดินขึ้น แล้วเดินลง แล้วให้เดินขึ้นอีก เพิ่มความเหนื่อยไปอี๊กก เดินเซาะไปตามขอบภูเขา สัญญาณที่บ่งบอกว่าใกล้ถึงแล้ว คือจะเห็นรถกระเช้านั่นเอง

🚠 อย่าเพิ่งดีใจว่าเดินมาถึงสถานีกระเช้าแล้ว หึหึ นี่แค่จุดเริ่มต้น 555 ต้องเดินต่อไปตามป้าย Fansipan Summit ซึ่งจะเป็นทางเดินหินอ่อนที่สลับขึ้นลงบันได ณ จุดนี้ สำหรับคนที่เดินไม่ไหว เค้าจะมีรถไฟให้ขึ้นไปอีกหนึ่งต่อ (ต้องจ่ายเงินนะ) แต่สำหรับเรานั้น ต้องเดินขึ้นให้สุดด้วยลำแข้งค่ะ ไปค่ะ ขึ้นบันไดต่อ 😂

🏔️ บนยอดของ Mt Fansipan นั้น….. มีแต่หมอกกกก ! มองไม่เห็นอะไรเลยจ้าาาา ขาวล้วน นึกว่าจะได้เห็นวิวภูเขาสุดลูกหูลูกตา ที่ไหนได้ มีแต่หมอกจ้า ได้ถ่ายรูปกับป้ายแทน คุณไกด์ทำการมอบเหรียญกล้าหาญและใบประกาศนียบัตรสำหรับผู้พิชิตด้วย นอกจากนี้ บนยอดเขามีธงของประเทศต่างๆ ให้โบกประกอบการถ่ายรูปด้วย ใช้เวลาเดินขึ้นยอด 2.5 ชั่วโมง เริ่ม 6.30 ถึงยอด 9.00

🥹 ถึงเวลาต้องลงแล้ว ไกด์ถามย้ำถึง 3 รอบว่า จะเดินลงเองใช่มั้ย ? ไม่ลงกระเช้าใช่มั้ย ? ใช่สิ มาขนาดนี้ ยังเหลือแรงอยู่ก็ต้องไปให้จบทริปสิ ตอนแรกกลัวว่าถ้าไม่ไหวจะนั่งกระเช้ากลับ เลยแบกกระเป๋ามาด้วย แต่รู้สึกว่ายังเหลือแรงอยู่ คิดว่าน่าจะไปต่อได้ (ใครที่รู้ตัวว่าไหว ก็ทิ้งกระเป๋าไว้ที่บ้านพักนะคะ ไม่ต้องแบกขึ้นลงไปด้วยแบบเรา 555) ขาลง ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 50 นาที เริ่ม 9.15 ลงไปถึงบ้านพักประมาณ 11 โมง

🍲 ข้าวเที่ยงเป็นมาม่า กาแฟ และแอปเปิ้ล ระหว่างที่นั่งรออยู่ เจอกลุ่มคุณลุงชาวเวียดนามเดินขึ้นมาพักกินข้าวพอดี คุณลุงชวนกินข้าวเหนียว ไก่ต้ม หมูยอ คนเวียดนามน่ารัก เป็นกันเองมาก บอกว่าจะเดินขึ้นไปนมัสการพระด้านบน แล้วลงด้วยรถกระเช้า

🏃🏻‍♀️ 13.00 เริ่มเดินลง ระยะทาง 8 กิโล ใช้เวลาทั้งหมด 4 ชั่วโมง ลงไปถึงที่จอดรถตอน 17.00 ความยากของช่วงเดินลงคือ บางทีหินมันใหญ่และสูง ขาเอื้อมไม่ถึง ต้องนั่งยอง เอาก้นลงก่อน แล้วเหยียดขาลง 😂 ใช้มือทั้งสองข้างคอยประคอง ระหว่างทางเจอทีมอื่นที่เดินขึ้นสวนกันประมาณ 6-8 คน คนเยอะเพราะเป็นช่วงวันหยุด (เมื่อคืนมีเราคนเดียวที่ไปนอนพักแรม) หลังจากเดินไปหลายพักก็ค้นพบว่า นี่เราเดินมาไกลมากจริงๆ ข้ามเขาหลายลูกมาก เมื่อไหร่จะถึงงงงง 555

📌 สรุปก็คือ วันที่ 2
👊🏻 ระยะทางทั้งหมด 3 (ขึ้นยอด) + 3 (ลงยอด) + 8 (ลงเขา) = 14 กิโลเมตร
👆🏻 ขึ้นทั้งหมด Total ascent 500 (ขึ้นยอด) + 150 (ลงยอด) + 250 (ลงเขา) = 900 เมตร
👇🏻 ลงทั้งหมด Total descent 150 (ขึ้นยอด) + 500 (ลงยอด) + 1100 (ลงเขา) = 1750 เมตร

📌 ได้ข้อสรุปคือ วันที่ 2 โหดกว่าวันแรกอีกค่า ความร้ายของ Fansipan คือ มันทั้งขึ้นและลง ต้องเดินข้ามเขาหลายลูกกว่าจะถึงยอด ยอมรับเลยว่าลูกนี้ไม่ธรรมดา ส่วนตัวรู้สึกว่ายากกว่า Kinabalu ที่มาเลเซียอีก และอากาศชื้น มีหมอก ฝน หนาว ร้อน อากาศแปรปรวนมาก ช่วงหลังทางชัน แทบจะปีนหิน แบกของเองไม่ได้จ้างลูกหาบด้วย (แต่ Kinabalu จ้างนะ)

#MtFansipan #Fansipan #Hiking #2dayshike #Vietnam #Sapa #RoofofIndochina #HighestinVietnam #Review #ASimplifiedSoloTraveller

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid0PHAogLMvQJ9GfMqdoc3UciAtB4wMRofEj5dLzBHMmnuCe3GmNg3N41Qs9dhFp2ejl&id=100064686697164&mibextid=qC1gEa

Leave a comment

Recent posts

Quote of the week

“Trust your training, but listen to your intuition. Both are essential in wilderness medicine.”

~A Simplified Solo Traveller