🦠 เรารับเชื้อโรคผ่านทางไหนบ้าง ?
✋🏻 ผิวหนังมีแผลเปิด ทั้งแผลถลอก แผลฉีกขาด บริเวณนี้เหมือนเป็นประตูให้เชื้อโรคเข้า ทำให้เกิดโรคผิวหนังอักเสบติดเชื้อ เป็นหนอง เนื้อเน่า บางครั้งแผลเล็กนิดเดียว แต่การติดเชื้อที่ลามไปทั้งรยางค์ก็พบบ่อย ถ้าอาการเบาหน่อย ทานยาฆ่าเชื้อก็เอาอยู่ แต่ถ้าแย่หน่อย อาจจะต้องผ่ากรีดเนื้อตาย/เนื้อเน่าออก ถ้าการติดเชื้อลามเข้ากระดูก ก็ต้องรักษายาวๆ หลายเดือนไป (Osteomyelitis) ร้ายแรงสุดคือต้องโดนตัดแขนขา (Necrotizing Fasciitis) บางคนอาจมีภาวะผิวหนังอักเสบหรือผื่นแพ้ก็ได้

👁 เยื่อบุนิ่มๆ เช่น จมูก ปาก ตา หู ไซนัส พบบ่อยมากคือ ตาอักเสบ (Conjunctivitis) หูติดเชื้อ (Otitis Media) และไซนัสอักเสบ (Sinusitis)

👅 ทางการกิน ทำให้มีการติดเชื้อของระบบทางเดินอาหาร กระเพาะและลำไส้ติดเชื้อ (Gastrointestinal Infection) อาการคือ ไข้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย น้ำสกปรกจะมีเชื้อโรคเช่น salmonella, Campylobacter, E.coli, Listeria, Cryptosporidium มีพยาธิเช่น Giardia มีเชื้อไวรัส เช่นเชื้อตับอักเสบเอ (Hepatitis A) อย่าชะล่าใจว่าถ้าน้ำใสถือว่าสะอาดนะ ไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติไหนที่ดื่มได้อย่างปลอดภัยทั้งนั้น !! ต้องกรองน้ำก่อนทุกครั้ง !!

🫁 ทางการสำลัก สิ่งที่พบบ่อยคือ การจมน้ำและสำลักน้ำ เชื้อโรคก็จะเข้าไปในระบบทางเดินหายใจ ลงไปในปอด ทำให้เกิดภาวะปอดติดเชื้อ (Aspiration Pneumonia)

🐭 อีกโรคที่น่ากลัวคือ โรคฉี่หนู (Leptospirosis / Weil’s Disease)
🐭 เกิดจากเชื้อโรคแบคทีเรียที่ชื่อว่า Leptospira ซึ่งอยู่ในปัสสาวะของสัตว์ เช่น หนู สุนัข แมว หมู โค กระบือ แร็คคูน (เราถึงเรียกว่า ฉี่หนูนั่นเอง) เชื้อโรคตัวนี้มักอยู่ในบริเวณที่น้ำขัง จะเจอในคนที่เดินลุยน้ำสกปรก

🐭 อาการคือ ไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ อาจมีอาการอื่นเช่น เจ็บคอ ไอ แน่นหน้าอก ผื่น ไอเป็นเลือด เยื่อบุตาแดง ต่อมน้ำเหลืองอักเสบได้ ถ้าแย่คือ ตับม้ามอักเสบ เหลือง ติดเชื้อในกระแสเลือด ไตวายเฉียบพลัน ระบบหายใจล้มเหลว กล้ามเนื้อลายสลาย เยื่อหุ้มสมองอักเสบ สุดท้าย อวัยวะล้มเหลวหลายระบบและเสียชีวิตได้เลย

🐭 การรักษาคือ ทานยาฆ่าเชื้อ ไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาลเพื่อประเมินความรุนแรง

🤔 แล้วเราจะป้องกันได้อย่างไร ?
💩 อันดับแรกต้องตระหนักก่อนการลงพื้นที่ทุกครั้งว่า น้ำป่า น้ำขัง น้ำท่วม น้ำหลาก เป็นน้ำสกปรกทั้งสิ้น ส่วนประกอบที่อันตรายมีตั้งแต่ เชื้อโรค สารเคมี น้ำเน่าเสีย น้ำอุจจาระ น้ำปัสสาวะ น้ำเน่า น้ำจากคลอง ฯลฯ ดังนั้น ทุกครั้งที่เราลงน้ำ เท่ากับเรากำลังเอาตัวเองไปเสี่ยง

🛡 ต้องป้องกันตัวเองจากเชื้อและบาดแผล
👖 มี PPE ที่เหมาะสม สวมเสื้อแขนขาว ขายาว ถุงมือ ถุงเท้า เพราะเราไม่รู้ว่าใต้น้ำมีอะไรบ้าง

📕 ตามหนังสือ Rescue 3 Water and Flood Rescue Manual กล่าวไว้ว่า ในกรณีที่เป็นน้ำหลากและน้ำท่วม แนะนำการใส่ Drysuit มากกว่า Wetsuit เพื่อป้องกันนักกู้ภัยจากน้ำสกปรกและการติดเชื้อ

🩹 หากรู้อยู่แล้วว่าตัวเองมีบาดแผล ควรปิดแผลด้วยอุปกรณ์ทำแผลที่กันน้ำ (Waterproof plaster)

🛁 หลังเสร็จสิ้นภารกิจ ต้องทำความสะอาดร่างกายตัวเอง และ PPE ของตัวเองให้สะอาดทุกครั้ง ที่ต่างประเทศจะมีน้ำยาทำความสะอาดแบบพิเศษไว้ฆ่าเชื้ออุปกรณ์ด้วย ระวังว่า ถ้ามือตัวเองสะอาดแล้วไปแตะ PPE ที่สกปรก มือก็จะสกปรกอีกครั้งนะ (Cross contamination)

🧼 ล้างมือและหน้าทุกครั้งด้วยสบู่หรือแอลกอฮอลล์ก่อนการรับประทาน ดื่ม หรือสูบบุหรี่

🤒 หากมีอาการผิดปกติภายใน 1 เดือนหลังภารกิจ ให้ไปตรวจที่โรงพยาบาล อย่าลืมแจ้งหมอว่าไปลุยน้ำขัง ลุยน้ำป่ามาด้วย เพราะประวัติจะทำให้หมอจะได้คิดถึงโรคกลุ่มนี้ด้วย

#ASimplifiedSoloTraveller #Flood #Swiftwater #WaterborneInfection #โรคจากน้ำป่า #โรคจากน้ำขัง #น้ำท่วม #น้ำหลาก #โรคฉี่หนู #การป้องกันตัวเอง

Leave a comment

Recent posts

Quote of the week

“Trust your training, but listen to your intuition. Both are essential in wilderness medicine.”

~A Simplified Solo Traveller