
💥 ตึกถล่มมักเกิดจากภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว พายุ ไฟไหม้ พบเจอไม่บ่อย อาจจะมาในรูปแบบ ตึกถล่มตึกเดียว หรือภัยพิบัติเกิดทั้งจังหวัดก็ได้ ทั้งนี้ พวกตึกถล่มอันตรายมากและไม่ค่อยมีคนสอนกัน แต่เป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ EMS, กู้ภัย, นักดับเพลิง, ตำรวจ, ทหาร และทีมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ควรรู้ไว้
☠️ ปัญหาของอาคารถล่มคือ
☠️ อันตรายจากโครงสร้างที่ไม่มั่นคง ถล่มซ้ำได้ เข้าออกลำบากหรือไม่ได้ด้วยซ้ำ และสิ่งแวดล้อมที่อันตราย เช่นกระจกแตก, ท่อก๊าซรั่ว, น้ำมันรั่ว, สารเคมีรั่ว, สายไฟฟ้าที่ยังมีไฟอยู่
☠️ กว่าจะหากันจนเจอ ใช้เวลาค้นหาคนเจ็บและคนเสียชีวิตนาน ทั้งนี้ต้องหาคนที่ยังมีชีวิตก่อน พอหาเสร็จก็เข้าถึงยาก ต้องเปิดช่องเพื่อเอาคนเจ็บออกมาโดยใช้เครื่องมือตัดถ่าง งานนี้ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ อย่าลืมว่า เคสตึกถล่มไม่เหมือนกับเคสอุบัติเหตุรถชนติดภายใน ทั้งสองกรณีต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างเหมือนกัน แต่ลักษณะและกลไกการบาดเจ็บแตกต่างกันคนละเรื่อง !
☠️ คนเจ็บจะติดอยู่นานมาก เอาออกไม่ได้ การบาดเจ็บก็จะค่อยๆ แย่ลง ยิ่งเอาออกช้าก็ส่งโรงพยาบาลช้า แก้สาเหตุของการบาดเจ็บไม่ได้ (เช่นเลือดออกในท้อง ไม่ได้ไปผ่าตัด) Scoop and Run ไม่ได้ เกิด Prolonged Entrapment & Extrication สุดท้ายคนเจ็บจะตายในที่เกิดเหตุหรือที่โรงพยาบาล
☢️ Hazard ความอันตรายของอาคารถล่ม
☢️ โครงสร้างที่ไม่มั่นคงและเปราะบาง ภัยอันตรายรอบทิศ ทั้งบนล่างซ้ายขวา เป็นสภาพการทำงานที่ไม่คุ้นเคย แค่การเดินโดยใช้รองเท้าธรรมดา ก็อาจถูกตะปู หรือของมีคมบาดได้ ที่มืด ไฟส่องสว่างไม่เพียงพอ ที่แคบ เข้าได้แค่คนเดียวหรือบางครั้งอาจจะเข้าไม่ได้ด้วยซ้ำ สื่อสารลำบาก มีการเข้าใจผิดได้
☢️ ความอับอากาศ Oxygen น้อย FiO2 < 19.5% การระบายอากาศไม่ดี อยู่นานแล้วจะเสียชีวิต
⚠️ มีแก๊ส Simple Asphyxiant (ก๊าซที่ไปแทนที่ Oxygen ในอากาศ ทำให้ความเข้มข้นของ Oxygen ในอากาศต่ำกว่าปกติ) เช่น CO2, Nitrogen, Propane, Methane, Ethane, Argon
⚠️ Systemic Asphyxiant (ก๊าซที่ทำให้ระบบการขนส่ง Oxygen ไปยังอวัยวะผิดปกติ หรือทำให้กระบวนการใช้ Oxygen ถูกยับยั้ง ทั้งๆ ที่อากาศที่หายใจเข้ามีความเข้มข้นของ Oxygen ปกติ) เช่น Carbon Monoxide, Hydrogen Cyanide, Hydrogen Sulfide
⚠️ ความสำคัญคือ ก๊าซพวกนี้ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส ดังนั้น บอกไม่ได้ ยกเว้นจะมีเครื่องวัด! นอกจากนี้ ก๊าซหรือสารบางชนิดติดไฟได้ง่าย อ้อ อุปกรณ์กู้ภัยตัดถ่างบางเครื่องทำให้เกิดก๊าซ Carbon Monoxide (CO) จากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ได้นะ
☢️ สิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อนและอันตราย เช่น น้ำสกปรก ฝุ่น ควัน ไฟ ความร้อน เสียงดัง กลิ่นเหม็น
☢️ สภาพภูมิประเทศและสภาพอากาศที่คาดเดาไม่ได้ อาจมี Aftershock หลังแผ่นดินไหว, ฝนตก, พายุ, ฟ้าผ่า, พื้นลื่น
❤️🩹 8 การบาดเจ็บที่พบได้ในตึกถล่ม
1. Crush Injury เกิดจากกล้ามเนื้อถูกของหนักกดทับเป็นเวลานานจนกล้ามเนื้อสลาย เกิดเร็วสุดที่ 1 ชั่วโมง ของเสีย เช่น Potassium, Myoglobin, Phosphate, Creatinine kinase, Uric Acid จะคั่งอยู่ในกล้ามเนื้อที่ถูกทับ ถ้าอยู่ดีๆ เอาของหนักออกทันที คนเจ็บจะตายจากของเสียที่ไหลเข้าสู่กระแสเลือด จาก HyperKalemia ส่วน Compartment Syndrome เกิดจากมีแรงดันในช่องกล้ามเนื้อสูง แรงดันสะสมสูงมากจนอวัยวะนั้นขาดเลือด มักเกิดกรณีกระดูกแขนขาหัก อาการคือปวด ชา กล้ามเนื้อบวมมากผิดปกติ ถ้าเป็นเยอะมากก็ต้องตัดอวัยวะออก
2. Fall อุบัติเหตุพลัดตกหล่นล้ม มีแผลฉีกขาดเลือดออก กระดูกหัก มักเจ็บหลายตำแหน่ง (เพราะเวลาถล่มมันไม่เลือกจุด)
3. Impact การกระแทกจากวัสดุหรือส่วนประกอบของโครงสร้าง มักเจ็บหลายตำแหน่ง แผลทะลุทะลวง Penetrating injury เลือดออกทั้งภายในและภายนอกร่างกาย ช็อคจากเสียเลือด ศีรษะกระทบกระแทก Head Injury
4. Extreme Temperature ติดอยู่นาน ร่างกายสูญเสียความร้อน อุณหภูมิร่างกายต่ำ เกิด Hypothermia ถ้าตึกที่ไฟไหม้ถล่ม ผนัง พื้น และสิ่งแวดล้อมยังกักเก็บความร้อนไว้อยู่ ผิวลวก มีแผลไหม้ขึ้นตุ่มน้ำได้ ถ้าร้อนมากเป็น Heat Stroke ได้อีก
5. Contaminated or Toxic Atmosphere จากสารเคมี ฝุ่น วัตถุไวไฟ มีปัญหาการหายใจ ขาดอากาศ มีอาการทางระบบประสาท มี Airway Injury ฝุ่นจากอาคารถล่มจะเยอะมาก สูดไปมากๆ ก็จะระเคืองทางเดินหายใจ
6. Lack of Water and Food ขาดน้ำ ขาดสารอาหาร dehydration
7. Extended Isolation & Desperation เครียด มีความกดดันสูง เป็น Acute Stress Response กลัวที่แคบ
8. Rodent Attack ถูกหนูกัด มีแผลติดเชื้อ ติดโรคจากสัตว์
✅ แนวทางการปฏิบัติ
✅ Scene Safety ของตัวเราเป็นลำดับแรก ตามด้วยผู้ช่วยเหลือคนอื่น บุคคลทั่วไป ผู้บาดเจ็บ และทรัพย์สมบัติ อย่าเป็นภาระ อย่าเอาตัวเองไปเป็นคนเจ็บเพิ่ม
✅ ทางกู้ภัยจะค้นหาคนเจ็บที่เห็นอยู่ด้านบนก่อน Remove Surface Victims แล้วค่อยค้นหาคนที่ติดอยู่ด้านใน รู้หน้าที่ตัวเอง Rescue ทำหน้าที่ตัดถ่างและนำคนเจ็บออกมา ส่วนทีมแพทย์ดูแลคนเจ็บ ทั้งสองทีมต้องทำงานร่วมกันนะ
✅ หาข้อมูลของคนเจ็บให้เร็วที่สุด เช่น จำนวน เพศ อายุ โรคประจำตัว ยาที่ทาน และพิจารณาการบาดเจ็บที่เป็นไปได้ + สารเคมีที่อาจพบเจอ สามารถประเมินคนเจ็บได้ตั้งแต่ได้ยินเสียง
✅ ใส่ PPE ให้ครบ เช่น หน้ากาก N95 (ฝุ่นก็ถือเป็นภัย), แว่นตา, หมวกนิรภัย, ไฟฉายติดหมวก, ถุงมือยางทางการแพทย์, ถุงมือหนัง, รองเท้า Safety, เสื้อผ้า Coverall ถ้าอยู่ในที่อับอากาศต้องใส่ SCBA (Self-Contained Breathing Apparatus) แบกถังอากาศเข้าไปด้วย
✅ เมื่อเจอคนเจ็บ ให้แนะนำตัว ซักประวัติ ชื่อ อายุ เจ็บตรงไหนบ้าง? ตอนนี้ร้อนหรือหนาว? ติดนานเท่าไหร่? ติดตรงร่างกายส่วนไหนบ้าง? ขาดน้ำขนาดไหน? มีคนเจ็บคนอื่นอยู่ใกล้ๆ ไหม? เห็นประตู หน้าต่าง หรือทางเข้าอื่นไหม?
✅ ทำตาม XABCDE ประเมินคนเจ็บ ห้ามเลือด Tourniquet Save C-Spine ใส่ Cervical Collar ดม Oxygen 100% 15 LPM ให้น้ำเกลือ ดามแขนขา Pelvic binder ใส่ทิ้วใน 3 กรณีเท่านั้นคือ หมดสติ, มีปัญหา Airway และไม่มี Gag Reflex เคลื่อนย้ายใช้ Long Spinal Board ประเมินซ้ำทุกครั้งที่เคลื่อนย้าย ถ้าสงสัย Crush Injury ให้ NSS 1-2 L/hr (15-20 ml/kg ในเด็ก) then 500-1000 ml/hr ตามตำราบอกให้ไป 1 ขวดก่อนย้าย + Monitor Arrhythmia ติด EKG ดู HyperK (ถ้าติดได้ก็ติด ติดไม่ได้ก็ไม่ต้องติด) เช่น Bradycardia, Tall T, PR prolong, no P wave, Prolonged QRS interval, PVC, Bundle Branch Block, Sine Wave, VT, VF เตรียม 10%Calcium Gluconate 10 mL + RI 10 unit + 50%Glucose 50 ml + 7.5% Sodium Bicarbonate 50 ml ไว้ ถ้าเจาะเลือด Point-of-care Lab ได้ยิ่งดี (ถ้า Cardiac Arrest + ติด เอาออกไม่ได้ ก็ต้องประเมินว่า Scene ปลอดภัยพอที่จะ CPR ได้ไหม ถ้าไม่ได้ ไม่เหมาะสม ก็ต้องปล่อย Traumatic Arrest โอกาสรอดน้อยมาก)
✅ การรักษาต้องปรับตามทรัพยากร การเข้าถึงคนเจ็บ พื้นที่ในการปฏิบัติงาน ความเป็นไปได้และคำนึงถึง Safety เน้นรักษา Life-Threatening Injury ป้องกันภาวะ Hypothermia ให้ยาแก้ปวด ยาฆ่าเชื้อเพราะมักมีแผลอยู่แล้ว ดูแลทางจิตใจ เป็นใครก็กลัวและเครียด อย่าให้คนเจ็บรู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง อย่าให้สัญญาในสิ่งที่ทำไม่ได้
❤️ สรุป ❤️
❤️ เป้าหมายคือ เพิ่มอัตราการรอดชีวิต ลดการเสียชีวิต ประคองอาการให้รอด อุตส่าใช้ทรัพยากร คน ของ แรงกาย หยาดเหงื่อ เงิน และเวลาไปมากมาย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องเพิ่มโอกาสรอดให้คนเจ็บให้มากที่สุด
❤️ Golden Hour 60 นาทีแรกหลังตึกถล่ม เป็นช่วงเวลาที่คนเจ็บมีโอกาสรอดสูงสุด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องรีบนำคนเจ็บออก ต้องอาศัยความร่วมมือและการฝึกซ้อมจากทั้ง Rescue และ Medic
References
CSRC Collapsed Structure Rescue Course Light Level. Reference Manual 2007.
FEMA US&R Response System: Task Force Medical Team Training. Confined space medicine. Medical consideration.
Workplace Safety and Health Council (2009) Confined space safety guidebook for supervisors and workers.
Emergency Management Services. Reference manual confined space

Leave a comment