⛄️ Expedition Medicine หรือ Wilderness Medicine เป็นวิชาทางการแพทย์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเดินทางไปในพื้นที่พิเศษ พื้นที่เสี่ยงและมีอันตรายเนื่องจากความกันดารและความลำบากในการเข้าถึงการรักษา เช่นที่ ขั้วโลกเหนือ บนภูเขาเอเวอร์เรส ปีนเขาที่กรีนแลนด์ ซาฟารีในเคนย่า เดินเทรคที่เนปาล เป็นต้น แพทย์ที่เรียนสาขานี้จะเดินทางไปพร้อมกับทีมผจญภัย ให้การดูแลรักษา การกู้ภัย การลำเลียง และช่วยเหลือด้านอื่นๆ เช่นการเตรียมความพร้อมก่อนเดินทาง การกินอยู่อาศัย น้ำดื่ม ห้องน้ำ เสื้อผ้า ฯลฯ บางครั้งก็ดูแลด้านภัยพิบัติเช่น ไปออกหน่วยแผ่นดินไหวที่เนปาล

💙 การเที่ยวในประเทศแถบขั้วโลกจะต้องระวังอะไรบ้าง ?
💙 ความแตกต่างระหว่างขั้วโลกเหนือ และ ขั้วโลกใต้ ?
💙 โรคที่พบบ่อยในแถบขั้วโลกคือ ?
💙 สัตว์ดุร้ายมีตัวไหนบ้าง ?
💙 อันตรายจากอากาศ และ สิ่งแวดล้อม ?
💙 การคมนาคม และ การติดต่อสื่อสาร ทำได้อย่างไร ?

❄️ ขั้วโลกแบ่งออกเป็นขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้
❄️ ขั้วโลกเหนือ หรือแถบ Arctic มีลักษณะเป็นหมู่เกาะกลางทะเล มีแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่ลอยไปมา พื้นที่ด้านล่างเป็นท้องทะเล เป็นแถบที่มีการอยู่อาศัยของคน เช่น Alaska, Canada, Greenland, Norway, Finland, Iceland, Norway, Russia มีคนไปเที่ยวเยอะกว่าขั้วโลกใต้ ภูมิประเทศหลากหลาย มีตั้งแต่ภูเขา แม่น้ำ ทุนดรา ป่าไทกา มีอากาศหนาวเย็นตั้งแต่ 0 ถึง -40 องศา อากาศมีความชื้นเพราะติดทะเล ความสูงส่วนใหญ่อยู่ในระดับน้ำทะเล สัตว์ที่พบได้เช่น หมีขั้วโลกเหนือ จิ้งจอกอาร์กติก กวางเรนเดียร์ แมวน้ำ และตัววอลรัส ช่วงเวลาที่มืดสนิทหรือ Polar night จะอยู่ในช่วงกันยายน ถึง มีนาคม
❄️ ขั้วโลกใต้ หรือแถบ Antarctica มีลักษณะเป็นแผ่นดินผืนใหญ่ (ทวีป) พื้นด้านล่างเป็นน้ำแข็งชั้นหนาโดยเฉลี่ย 1.6 km ไม่มีประเทศใดครอบครองทวีปนี้เพียงหนึ่งเดียว เป็นการแบ่งอาณาเขตกันภายใต้ Antarctic Treaty System และเป็นทวีปที่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ ยกเว้นมีแต่สถานีวิจัย Research Station อากาศแย่และโหดร้ายที่สุด ทั้งหนาว แห้ง ลมแรงมาก อากาศหนาวกว่าขั้วโลกเหนือเยอะ ตั้งแต่ -10 ถึง -60 องศา ภูมิประเทศเป็นภูเขาน้ำแข็ง ธารน้ำแข็ง และแผ่นน้ำแข็ง ความสูงมากสุดอยู่ที่ 2835 เมตร ช่วงเวลาที่มืดสนิทจะตรงข้ามกันกับขั้วโลกเหนือ คือตั้งแต่มีนาคม จนถึงกันยายน สัตว์ที่พบได้คือนกเพนกวินและแมวน้ำ

🧊 โรคที่ต้องคิดถึงในแถบขั้วโลกคือ Hypothermia หรือภาวะที่อุณหภูมิร่างกายต่ำ เพราะอากาศหนาวเย็นมาก ยิ่งประกอบกับลมที่แรงแล้ว จะทำให้ยิ่งหนาวกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงเรื่องภาวะแข็งตัวของเนื้อเยื่อ แบ่งเป็น
⛄ Freezing Injury เช่น Frostnip และ Frostbite กล่าวคือเนื้อเยื่อที่ปลายนิ้วมือ ปลายเท้า จมูก หู แข็งเป็นน้ำแข็ง ถ้าเป็นหนักมากก็ต้องตัดนิ้วมือและนิ้วเท้า
⛄ Non-Freezing Injury เช่น Trench Foot ( Immersion Foot ) เป็นภาวะที่เนื้อเยื่อถูกความเย็นและเปียกในช่วง 0 ถึง 15 องศา มักพบในทหารสงครามโลกที่ใส่รองเท้าเปียกๆ เดินเท้านานๆ เท้าจะบวม แดง อักเสบ มีตุ่มน้ำได้ บางรายเป็นหนักจนต้องตัดเท้า
🧊 ความเสี่ยงต่อ Hypothermia และ Freezing & Non-Freezing Injury ได้แก่ การสัมผัสสิ่งแวดล้อมที่หนาวและลมแรงโดยใส่เสื้อผ้าที่ไม่เพียงพอ ออกแรงมากจนเหนื่อยล้าหรือการอยู่เฉยๆ ร่างกายก็จะไม่ผลิตความร้อน ภาวะขาดน้ำขาดอาหาร คนสูงวัย สูบบุหรี่ มีโรคประจำตัวหรือทานยาที่เกี่ยวกับการควบคุมความร้อนของร่างกายและเส้นเลือด
🧊 การป้องกันที่ดีที่สุดคือ การใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสม แบบที่ถูกต้องตามหลักการควรมี Base Layer, Insulation Layer และ Protective layer ให้ความสำคัญกับถุงมือ ถุงเท้า หมวก ผ้าพันคอ เตรียมเสื้อผ้าเผื่อเปียก ถุงร้อนไว้อุ่นมือ และระวังเสื้อผ้าที่คับจนเกินไป นอกจากนี้ควรมีเพื่อนเป็น buddy คอยเช็คว่าแต่งตัวโอเครึยัง มีส่วนไหนของร่างกายที่สัมผัสกับอากาศเย็นโดยตรงหรือไม่ ต้องตรวจปลายมือปลายเท้าว่ามีอาการของ Frostnip/Frostbite อยู่สม่ำเสมอ ที่สำคัญคือกินและดื่มน้ำให้พอเพียง เลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอลล์
🧊 การรักษาคือ หาที่กำบังจากอากาศที่หนาวเย็น ทำตัวให้แห้ง ถ้าเสื้อผ้าเปียกก็ถอดออกและเช็ดตัวให้แห้ง ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ดื่มน้ำหรืออาหารอุ่นๆ จะช่วยได้ดี ให้พักผ่อนและคอยสังเกตอาการ หากอาการแย่ลงต้องพิจารณาลำเลียงออก

💦 ภาวะขาดน้ำพบได้บ่อยในการเดินทางไปแถบขั้วโลก เพราะอากาศหนาว ลมแรง และแหง ร่างกายจะสูญเสียน้ำผ่านทางเหงื่อและการหายใจ น้ำดื่มหาได้ยากและน้ำมักแข็ง ทำให้ดื่มลำบาก บางคนจะแนะนำให้เก็บกระปุกน้ำร้อนไว้ในถุงนอน ตื่นมาจะได้มีน้ำอุ่นดื่ม นอกจากนี้มีแดดร้อน อาจมีภาวะ Heat Exhaustion ได้ ควรดื่มน้ำให้มากถึง 3-6 ลิตรต่อวัน บางครั้งต้องต้มหิมะกิน ต้องเลือกหิมะจากบริเวณที่สะอาด ต้มน้ำและฆ่าเชื้อน้ำให้สะอาด ชาและกาแฟมีฤทธิ์ให้ปัสสาวะบ่อย ดังนั้นดื่มให้น้อยลงก็ดี ไม่ควรกินหิมะสดๆ เพราะจะทำให้ร่างกายหนาวเย็นยะเยือกมาก การออกไปข้างนอกเพื่อปัสสาวะก็ทำให้ร่างกายหนาวเย็นได้ ดังนั้นอาจปัสสาวะใส่กระป๋องภายในเต๊นท์
🍗 อาหารเป็นพิษ เป็นสิ่งที่พบบ่อยที่สุดในการเดินทาง มีจากหลายสาเหตุ ทั้งน้ำสกปรก อาหารปนเปื้อน อุปกรณ์ทำอาหารไม่สะอาด โดยเฉพาะเวลาไปเที่ยวในแถบขั้วโลก หาแหล่งน้ำยากมาก ต้องใช้วิธีต้มน้ำแข็งหรือหิมะแทน วิธีแก้ง่ายๆ คือล้างมือบ่อยๆ ล้างทำความสะอาดเครื่องครัวให้ดี จัดโซนห้องน้ำและโซนขยะให้เป็นระเบียบ
👕 เนื่องจากอากาศหนาว และทริปเที่ยวขั้วโลกมักจะเดินทางไปนอนในเต๊นท์หรือในบ้านพักเล็กๆ อาจจะไม่ได้มีน้ำร้อนให้อาบในทุกที่ ดังนั้นอาจมีการติดเชื้อที่ผิวหนังจากความสกปรกได้ อาจแก้ด้วยการเช็ดตัวด้วยผ้าเปียก เปลี่ยนไปใส่เสื้อสะอาด ซักชุดให้สะอาด เป็นต้น

🐻❄ สัตว์ในแถบขั้วโลกตัวที่ดุร้ายที่สุดคือหมีขั้วโลก ซึ่งจะพบได้ในขั้วโลกเหนือเท่านั้น (ไม่มีในขั้วโลกใต้นะ) น้องหมีค่อนข้างดุร้าย ปกติจะล่าน้องแมวน้ำกินแถวๆ แผ่นน้ำแข็ง แต่ถ้าหิวมากๆ ก็มาล่ามนุษย์ได้เหมือนกัน น้องตัวใหญ่แรงเยอะ ไม่น่ารักเหมือนหมีในสวนสัตว์ คนที่เดินทางในขั้วโลกเหนือจะต้องมีปืนเก็บไว้กับตัว ถ้าน้องหมีมาทำร้าย สามารถยิงได้ทันที ดังนั้นก็หลีกเลี่ยงการเก็บอาหารไว้ในแคมพ์ เพราะน้องหมีจะตามกลิ่นอาหารมา กั้นรั้วและวางเชือกดักหมีไว้ ตั้งเวรยามคอยสังเกตน้องหมี ถ้าเจอน้องก็อย่าหนี ยิ่งหนีน้องจะคิดว่าเราเป็นเหยื่อและไล่ล่า ให้ยิงเลย

สิ่งแวดล้อมที่อันตราย ก็เกี่ยวข้องกับน้ำ ได้แก่
⛲ การข้ามลำธาร ความจริงไม่แนะนำให้ข้ามเลย เพราะจะทำให้ตัวเปียก มีความเสี่ยงต่อ Hypothermia ถ้าจำเป็นต้องข้ามจริงๆ ควรเลือกแม่น้ำที่ตื้นและไหลช้า ยิ่งแม่น้ำลึกและไหลเร็วเท่าไหร่ แรงของน้ำจะมากเท่านั้น กระแสน้ำที่แรงมากจะพัดเราลอยไปไกลได้เลย ให้มัดเชือกกับตัวไว้ตอนข้ามด้วย ส่วนกระเป๋าและสัมภาระต้องใส่เป้กันน้ำ ถ้าสมบัติเปียกคือจบ
🏝 น้ำทะเลค่อนข้างหนาวมาก กิจกรรมที่น่าสนใจในขั้วโลกเหนือ ก็เช่นทริปพายคายัก แต่ต้องระวังเรื่องคลื่นลมและสภาพอากาศให้ดี ถ้าไปเรือล่มหรือติดอยู่ในพายุก็เกิดอันตรายได้ แม้คนว่ายน้ำเป็น แต่แช่อยู่ในน้ำนานๆ ก็มีโอกาสเกิด Hypothermia และอ่อนล้าจนเสียชีวิตได้ในที่สุด
🧊 แผ่นน้ำแข็งก็ถือเป็นสิ่งอันตราย เพราะถ้าแผ่นน้ำแข็งบางไป รับน้ำหนักไม่ไหว ก็จะพังทลายลงมา ต้องระวังโดยเฉพาะกิจกรรมขับรถ ขับเจ็ทสกีน้ำแข็ง เล่นสกี หรือเดินข้ามธารนำแข็ง ถ้าน้ำแข็งบางน้อยกว่า 16 cm ก็มีโอกาสแตก ดังนั้นวิธีแก้คือ ควรลดแรงดันที่พื้นโดยการเฉลี่ยน้ำหนัก ลด Ground Pressure เช่นการใส่สกีหรือเดินลากของจะดีกว่าการแบกของ
☠️รอยแยกน้ำแข็ง อันตรายที่สุด เพราะบางทีหิมะมาปกคลุมทำให้มองไม่เห็น นักเดินทางจะหล่นลงไปในรอยแยกน้ำแข็งและขึ้นมาไม่ได้ เวลาเดินต้องจิ้มพื้นน้ำแข็งให้มั่นใจว่าไม่มีรอยแยกอยู่ แนะนำให้ใส่ Harness + Crampons (รองเท้าหนาม) + ทำระบบเชือกผูกคนต่อกัน ถ้าใครคนใดคนหนึ่งร่วงลงไป คนที่อยู่ด้านหน้าหรือด้านหลังก็จะทำการหยุดด้วยวิธี Ice axe arrest โดยใช้ขวานน้ำแข็งปักพื้น อาจต้องฝึกการกู้ภัยบนรอยแยกน้ำแข็งด้วย

อากาศที่เปลี่ยนแปลงก็เกิดอันตรายได้เช่นกัน ดังนั้นควรเช็คสภาพอากาศทุกครั้ง
🌪 Katabatic Wind คือลมที่พบในแถบขั้วโลก มันคือลมหนาวที่พัดจากด้านบนสู่ด้านล่างตามแรงโน้มถ่วง อาจมีความเร็วสูงถึง 18 km/hr (10 knot) ลมแรงมากจนพัดเต๊นท์พังเป็นแถบๆ จะอันตรายมากในขั้วโลกเพราะเหมือนติดอยู่กลางพายุลม วิธีเอาตัวรอดคือ กางเต๊นท์แล้วยึดเต๊นท์กับพื้นให้แข็งแรงที่สุด ถ้าเป็นไปได้ให้ทำกำแพงหิมะเป็นรูปตัว V เพื่อป้องกันเต๊นท์จากลมที่พัดมา หรือถ้าไม่มีเต๊นท์ก็สามารถทำ Ice Shelter เช่น กระท่อมน้ำแข็ง (Igloo) หรือขุดหลุมน้ำแข็งก็ได้
🌨 Blizzard หรือพายุน้ำแข็งอันตรายมาก สามารถเกิดได้นานหลายวัน สภาพอากาศที่เลวร้ายทำให้การช่วยเหลือเป็นไปได้ยาก เครื่องบินบินไม่ได้ เสาไฟฟ้าล้ม ไม่มีไฟฟ้าใช้ การเดินทางถูกตัดขาด อาหารเครื่องดื่มไม่เพียงพอ ส่วนใหญ่จะตายจากความหนาวเย็นและขาดอาหาร ต้องหาที่กำบังและสร้างความอบอุ่นด้วยไฟ เก็บเชื้อเพลิงและพลังงานไว้ให้มากที่สุด ทำตัวให้อุ่นและขอความช่วยเหลือ แนะนำว่าควรเปิดน้ำให้ไหลเอื่อยๆ ท่อน้ำจะได้ไม่แข็ง
🌫 Whiteout เป็นภาวะที่อากาศย่ำแย่มาก หิมะตกจนขาวโพลนไปหมด แทบจะมองไม่เห็นอะไรเลย ดังนั้นในสภาพนี้จะหลงทางง่ายมาก ให้ตั้งสติ ขยับและเดินช้าๆ ถ้าเป็นไปได้ก็ให้กลับทางเดิม มีนักเดินทางเคยเดินออกจากเต๊นท์ไปไม่กี่เมตร ก็หลงทาง เพราะมองอะไรไม่เห็นเลย ก่อนออกไปจึงควรมัดเชือกติดกับตัวไว้
💨 Avalanche หิมะถล่มอาจเกิดถ้าหิมะตกหัก แนะนำให้หลีกเลี่ยงบริเวณที่เกิดบ่อย ใช้อุปกรณ์ Avalanche transceiver ซึ่งจะส่งสัญญาณบอกตำแหน่งว่าถูกฝังอยู่ที่ไหน ในกรณีที่ถูกหิมะกลบฝัง ให้ปิดปากปิดจมูก พยายามอยู่ด้านบนให้มากที่สุด ถ้าไหลออกจากทางของหิมะถล่มได้ยิ่งดี ถ้าถูกฝังให้พยายามสร้างแอ่งอากาศ เรียกว่า Air Pocket เพราะส่วนใหญ่ ทางเดินหายใจของคนที่ตายจะเต็มไปด้วยหิมะ เตรียมไม้ยาวๆ Probe คอยจิ้มหิมะดูว่ามีมนุษย์อยู่ข้างล่างมั้ย และเตรียมพลั่วไว้ตักหิมะ

⛷🦮🛶🛳🚁✈ การเดินทางเป็นสิ่งที่ยากลำบากในประเทศแถบขั้วโลก เพราะสภาพอากาศที่เลวร้าย เครื่องบินหรือเฮลิคอปเตอร์สามารถบินได้เฉพาะบางเวลาเท่านั้น นอกจากนี้ไฟลท์ก็น้อย บางครั้งต้องบินไปต่อไฟลท์ที่บางเมือง การไปขั้วโลกใต้ยิ่งยากลำบาก มีเครื่องบินตกบ่อยมาก ถ้าป่วยหรือบาดเจ็บรุนแรงก็มีโอกาสที่จะไม่ได้ถูกนำส่งโรงพยาบาลเพราะเดินทางไปถึงไม่ได้ เช่นหมอที่ติดอยู่ใน Antarctica แล้วเป็นไส้ติ่งอักเสบ ต้องผ่าไส้ติ่งตัวเอง การเดินทางในแถบขั้วโลกทำได้ทั้ง เดินแบบปกติ เดินแบบใช้รองเท้าหิมะ ขึ้นเกวียนลากน้องหมา Dog Sled สกี เจ็ทสกีน้ำแข็ง รถ Superjeep พายคายัก หรือใช้เรือ ต้องใช้ PPE ที่เหมาะสม เช่นมีหมวกกันน็อค ใส่เสื้อชูชีพให้พร้อม นอกจากนี้ การเดินทางนี้ต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง ซ่อมอุปกรณ์เองได้ในกรณีที่เครื่องมือเสีย มีประกันการเดินทางที่เพียงพอและครอบคลุมต่อเหตุบังเอิญใดๆ

📱🧭📡การสื่อสารและการนำทางเป็นอีกเรื่องที่สำคัญ จะอันตรายมากถ้าเดินทางแล้วขาดการติดต่อสู่โลกภายนอก มีหลายวิธีในการสื่อสาร เช่นใช้สัญญาณมือถือ (อาจติดๆ ดับๆ) ใช้วิทยุ (บางประเทศ ถ้านำเข้าจะผิดกฏหมาย ต้องเช่าเอเยนต์) หรือมือถือดาวเทียม (ราคาแพง) บางคนจะพกตัวส่งสัญญาณอัตโนมัติที่เรียกคนมาช่วยได้ เรียกว่า Personal Locator Beacon ถ้ากดปุ่ม ทีมช่วยเหลือจะได้รับสัญญาณ อุปกรณ์ในการนำทาง เช่นแผนที่ เข็มทิศ ตัววัดความสูง และ GPS ควรมีคุณภาพที่ดี อย่าลืมว่าสภาพอากาศในขั้วโลกเลวร้ายมาก อุปกรณ์มีโอกาสที่จะเสียหายจากอุณหภูมิที่ต่ำ การกระแทก และการสั่นสะเทือน นอกจากนี้แบตเตอร์รี่จะใช้งานได้สั้นลงเมื่ออากาศหนาวด้วย

💙 โดยสรุปคือ เมื่อตัดสินใจจะเดินทางไปเที่ยวประเทศในแถบขั้วโลก ควรศึกษาภูมิประเทศและอากาศให้ดี เพราะมีการแปรปรวนสูง อากาศที่หนาวเย็นจะทำให้เกิด Hypothermia, Freezing & Non-Freezing Injury และ Dehydration ได้ง่ายมาก สัตว์อย่างน้องหมีขาวก็น่ากลัว นักท่องเที่ยวควรเดินทางอย่างระมัดระวังบนแผ่นน้ำแข็ง ธารน้ำแข็งและภูเขาน้ำแข็ง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องเตรียมความพร้อมต่อสภาพที่เลวร้ายที่สุด มีนักเดินทางหลายคนที่ชะล่าใจ สุดท้ายไปเจอพายุ และติดอยู่ในสภาพอากาศที่เลวร้ายจนเสียชีวิต
Leave a comment