

🤔 คนที่เป็นโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล ไปเที่ยวซาฟารีที่ Kenya ได้ไหม ?
🤔 คนที่มีโรคเลือดออกง่ายหยุดยาก ไปปีนเขา เดินเทรคที่ Nepal ได้ไหม ?
🤔 ถ้าป่วยที่ต่างประเทศ จะต้องทำอย่างไร ? มีแผนการรับมืออะไรบ้าง ?
🤔 หน้าที่ของแพทย์ประจำหน่วยสำรวจ ต้องทำอะไร ?
🤔 สิ่งแวดล้อมเช่น ป่า ภูเขา ทะเลทราย ทะเล ส่งผลอะไรกับคนไข้ได้บ้าง ?
❤️ นี่คือตัวอย่างคำถามของการเรียน ซึ่งผู้เรียนต้องพิมพ์คำตอบ พร้อมกับคิด วิเคราะห์ แยกแยะข้อดี ข้อเสีย ส่งอาจารย์ใน Discussion Forum ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกระทู้ Pantip ที่จะมีคนมาถาม-ตอบอยู่เรื่อยๆ ทุกคนต้องเขียนโดยใช้ภาษาทางการ เป็น Academic Writing + Critical Thinking มี Reference ประกอบ ใกล้เคียงกับการทำวิจัยแต่เขียนน้อยกว่า ในการเรียน Diploma นี้ จะไม่ใช่การนั่งดู vdo หรือนั่งฟังเลคเชอร์แบบที่ไทย อาจารย์ไม่ได้มีหน้าที่ป้อนความรู้ทุกอย่างให้ นักเรียนจะต้องขวนขวายเอง อ่านหนังสือเอง จะรู้เรื่องหรือไม่รู้เรื่องขึ้นอยู่ที่ความรับผิดชอบของตัวนักเรียนล้วนๆ นี่เป็นการเรียนแบบผู้ใหญ่ซึ่งที่ไทยอาจจะไม่คุ้นเคยนัก
🔹 เนื้อหาของวิชาก็จะเรียนเรื่อง
🔹 การวางแผนทริปสำรวจ ทริปเดินทาง หรือ Expedition Planning ทำตัวเหมือนเป็นไกด์ทัวร์ที่ดูแลด้านการแพทย์ได้ด้วย ก่อนไปต้องทำอะไรบ้าง ฉีดวัคซีน? ประเมินความเสี่ยง? ใครป่วยก็รักษาเบื้องต้นได้ ถ้าเจ็บหนักก็จะช่วยประสาน+วางแผนการลำเลียงผู้ป่วยไปสู่โรงพยาบาลและกลับประเทศตัวเอง เป็นการดูแลแบบองค์รวม มีความใกล้เคียง Travel Medicine หน่อยๆ
🔹 การดูแลคนไข้ในถิ่นทุรกันดาร ภูเขา ป่า ขั้วโลก ทะเลทราย แม่น้ำ มหาสมุทร ใต้น้ำ
🔹 การจัดการสาธารณภัยและบรรเทาสาธารณภัย Natural Disaster and Relief เช่น การดูแลเชิงการแพทย์เมื่อมีแผ่นดินไหวที่เนปาล สึนามิที่ภาคใต้ น้ำท่วมที่อีสาน เป็นต้น


📚 วิชานี้ ที่อเมริกาจะเรียกว่า Wilderness Medicine ส่วนที่อังกฤษจะเรียกว่า Expedition Medicine คอร์สนี้เป็น Postgraduate Diploma ใช้เวลาเรียน 1 ปี ถ้าจะต่อยอดเป็น MSc ก็จะต้องเรียนเพิ่มอีก 1 ปีและทำวิจัยด้วย รูปแบบของคอร์สนี้เป็นออนไลน์ล้วน 100% เป็น Part-Time Learning เรียนได้จากที่ไหนในโลกก็ได้ (ขอแค่มีอินเตอร์เน็ท) คนจากประเทศไหนมาสมัครก็ได้เช่นกัน แค่มีวุฒิด้านการแพทย์และยื่นคะแนนภาษาอังกฤษเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่ผู้เรียนจะเป็นหมอที่อังกฤษมากกว่า
✅ ข้อดีคือ ไม่บังคับเวลา เรียนเมื่อไหร่ก็ได้ ความสนุกอยู่ที่ได้คิด วิเคราะห์ และหาคำตอบด้วยตัวเอง ได้เรียนรู้ไปพร้อมกับเพื่อนๆ (บางจุดที่เพื่อนพูด เรายังคิดไม่ถึงด้วยซ้ำ) ไม่คิดเองเออเอง พูดอะไรมี Reference ประกอบ
❎ ข้อเสียคือ ขาดภาคปฏิบัติ (แต่ส่วนตัวคิดว่า ติด covid + ไปเรียนคอร์สสั้นๆ แทนละกัน) ถ้าคนที่อ่านไม่ตรงจุด ก็อาจจะออกทะเล ไม่ตรงเป้า เป็นระบบการเรียนที่อาศัยวินัยสูง บางคนอาจจะไม่ชอบการเรียนแบบนี้เพราะคิดวิเคราะห์เยอะ รู้สึกว่าครูไม่ยอมสอน ไม่ป้อนความรู้ ครูไม่เฉลยว่าสิ่งที่ถูกที่สุดคืออะไร (ซึ่งบางเรื่องก็ไม่มีสูตรตายตัว)
❤️ สรุปคือ แอดมินอาจจะห่างหายไปหน่อย เพิ่งเรียนไปได้ 2 อาทิตย์ แต่รู้สึกว่าต้องอ่านหนังสือ + อ่านวิจัยตลอดเวลา จะพยายามหาเวลามาเขียน (เรื่องแปลกๆ) ให้ลูกเพจอ่านกันนะคะ

Leave a comment