










❤️ แอดมินได้รับโอกาสจากพี่หมอตูน Medical Director ให้เข้ามาสังเกตการณ์งานวิ่งเทรล Thailand by UTMB 2020 วันที่ 30/10/63 – 1/11/63 ไปอยู่ช่วยงานทีมแพทย์และกู้ภัย เลยขอมาแชร์ประสบการณ์และแนวคิดเบื้องต้นเกี่ยวกับการจัดงานเทรล (แอดมินไม่ได้อยู่ในทีมผู้จัด แต่ไปร่วมงานในฐานะ Medical Observer นาจา)
🗺 Thailand by UTMB เป็นหนึ่งในสนาม Ultra Trail World Tour ของงานเทรลระดับโลก Ultra Trail du Mont Blanc ประเทศฝรั่งเศส เป็นสนามการแข่งขันระดับโลกของคนไทย ผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านการคัดเลือกจากสนามนี้จะมีเอกสิทธิ์ เสมือน Passport ที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน UTMB ณ ประเทศฝรั่งเศส
📌 ใช้ระบบกองอำนวยการร่วม ทำงานภายใต้ระบบ ICS ประกอบด้วย
1) ผู้อำนวยการแข่งขัน Race Manager หรือทีม Organizer
2) ผู้จัดการเส้นทาง Route Manager โดยดร.จุ๋ง ชุมพล ครุฑแก้ว
3) กองอำนวยการทางการแพทย์ Medical Team จะแบ่งย่อยออกเป็น 1. แพทย์อำนวยการ Medical Director พี่หมอตูน ประสาน เปี่ยมอนันต์ และ 2. ผู้อำนวยการการกู้ภัย Rescue Director ครูต่อ นพดล อุปคำ จากทีม TRRT ชมรมกู้ภัยทางสูงประเทศไทย ซึ่งทีมแพทย์จะมีผู้ช่วยแพทย์ เจ้าหน้าที่บริหารจัดการ เจ้าหน้าที่สื่อสาร ผู้ดูแลโปรแกรม Logicoss เพื่อบันทึกรายละเอียดผู้ป่วย และหน่วย BLS และ ALS ตามจุด Check Point ส่วนทีมกู้ภัยเชือก มีอยู่ 2 ทีม ทีมละ 10 คน รวมทั้งหมด 20 คน




























💙 การวางแผนเบื้องต้น 💙
📋 มีใบกำหนดการ รับอุปกรณ์ ชี้แจงการแข่งขัน จุดฝากสัมภาระ จุดเช็คอุปกรณ์ กำหนดการปล่อยตัวนักกีฬา เวลา cut off
🛣 สำรวจเส้นทาง ความยาก ความอันตราย จุดที่มีความเสี่ยง การเข้าถึงยากลำบากขนาดไหน ใช้รถธรรมดาหรือต้องเป็นรถ 4 Wheel เท่านั้น จัด Aid Station ทุกระยะ 10 กิโลเมตร ตั้งแต่ A1 – A15 ในแต่ละจุดจะบอก ระยะทาง Ascend, Descend การให้บริการน้ำดื่ม ขนม อาหาร ห้องน้ำ เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ รถพยาบาล จุด Drop Bag, Rest Area และบอกเวลา Cut-Off ใน Station นั้นๆ การถอนตัวทำได้ที่จุด Check Point เท่านั้น การส่งตัวกลับ รถโดยสารจะประจำอยู่บางจุด ผู้เข้าแข่งขันที่ถอนตัวจะต้องเดินทางไปยังจุดส่งกลับที่มีรถบริการที่ใกล้ที่สุดเอง
🏃🏻 อุปกรณ์บังคับ – กระเป๋าเป้ ภาชนะบรรจุน้ำ > 1 ลิตร โทรศัพท์มือถือ แก้วน้ำส่วนตัว ไฟคาดศีรษะ ถ่านไฟสำรอง ผ้าห่มฉุกเฉิน นกหวีด EB อาหารสำรอง 800 kcal เสื้อแจ็คเก็ตที่มีหมวกในตัว กางเกง หมวกแก๊บหรือผ้าบัพ เสื้อชั้นที่สอง ถุงมือ บัตรประชาชน กฎนี้ทำขึ้นเพื่อความปลอดภัยตามมาตรฐานการแข่งขันของ UTMB
👕 อุปกรณ์แนะนำ – หมวก กางเกงกันน้ำ เสื้อผ้าสำรอง ไม้ค้ำ ชามแบบใช้ซ้ำได้ วาสลีน นาฬิกา GPS เงินสด กรรไกร อุปกรณ์ซ่อมแซมผ้า
📡 การติดตามนักวิ่งจะใช้การ Scan Bib สำหรับนักวิ่ง Elite อาจติด GPS (ขึ้นอยู่กับงาน) จะมีโปรแกรมคอยติดตามนักวิ่งว่าผ่าน Aid Station ใดบ้าง มีใครตกหล่นอยู่จุดไหน
🍗 จุดบริการน้ำและอาหารทั้งใน Aid Station และในจุด Start/Finish เช่นน้ำเปล่า น้ำหวาน เครื่องดื่ม เจลพลังงาน ข้าว ไข่ต้ม มาม่า ผลไม้ ขนมปัง กล้วย ควรมีเพียงพอสำหรับนักวิ่งและทีมบุคลากร เนื่องจากเป็นกีฬาที่ใช้พลังงานสูง นักวิ่งต้องมั่นใจว่าอาหารและน้ำดื่มเพียงพอจนกว่าจะวิ่งไปถึงจุดบริการถัดไป
🔰 จุดเต๊นท์แพทย์ กายภาพ นวด ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ โภชนาการ
🚜 การเข้าถึงจุด Aid Station ควรศึกษาเส้นทางให้ชำนาญ เนื่องจากมีบางพื้นที่ที่เข้าถึงยาก เป็นป่า มีหลุม ทางเป็นเนิน ต้องใช้รถ 2 แถว, ATV, 4-Wheel ในการเข้าถึง และอาจต้องเดินเท้าเข้าไปต่ออีก
🚌 การเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เช่นโดยรถส่วนตัว รถทัวร์ รถไฟ เครื่องบิน แต่ละวิธีใช้การเดินทางนานเท่าใด
🛎 การประชาสัมพันธ์ ควรประกาศชัดเจนและมีหลายช่องทาง เช่น Facebook, Line, E-mail, Tel No. และเนื่องจากเป็นงานระดับโลก จำเป็นต้องมีแปลภาษาไทย และอังกฤษ สำหรับนักวิ่งชาวต่างชาติด้วย
🛁 จุดบริการอื่นๆ เช่น จุดของหาย จุดพักผ่อน จุดฝากสัมภาระ ที่อาบน้ำอุ่น
☎️ การสื่อสาร ใช้ 3 วิธีคือ 1) ระบบวิทยุดิจิตอล (ทรู) 2) วิทยุสื่อสาร 3) โทรศัพท์มือถือ
🚑 การดูแลทางการแพทย์ – ได้รับการช่วยเหลือจากโรงพยาบาล อบต กู้ชีพ กู้ภัยอุทยาน จำนวน 22 หน่วยงาน ประจำจุดปล่อยตัวและ Check Point กรณีฉุกเฉิน ถ้ามีสัญญาณโทรศัพท์ ให้โทรติดต่อเบอร์ฉุกเฉินแล้วส่ง Location ผ่าน Application Live Run แต่ถ้าไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ให้แจ้งอาสาสมัครในพื้นที่หรือแจ้งนักวิ่ง กรณีที่เกิดปัญหา จะปรึกษา Medical Director คำตัดสินของ Medical Director ถือเป็นที่สุด มีการจัดอบรมและแจกหนังสือความรู้เกี่ยวกับโรคที่สัมพันธ์กับการวิ่งด้วย
🏨 การนำส่งโรงพยาบาล มีทั้งหมด 5 โรงได้แก่ โรงพยาบาลเทพรัตนเวชชานุกูล เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา (แม่แจ่ม ระยะห่าง 27 km), โรงพยาบาลจอมทอง (ระยะห่าง 34 km), โรงพยาบาลแม่วาง (ระยะห่าง 71 km), โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ และโรงพยาบาลนครพิงค์ ต้อง Surge Capacity ว่าแต่ละโรงพยาบาลมีศักยภาพเท่าใดบ้าง มีการวางแผนการลำเลียงผู้ป่วยทางบก เช่น ถ้าผู้ป่วยจากจุด A4 จะส่งไปยังโรงพยาบาลแม่วาง
🚁 การลำเลียงทางเฮลิคอปเตอร์ จะส่งตัวไปยัง โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ และโรงพยาบาลนครพิงค์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่ ดูแลผู้ป่วยวิกฤตได้ ระยะทางจากอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ประมาณ 90 km
💥 ประกันอุบัติเหตุและการแข่งขัน ได้รับความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (Personal Accident) 100,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุ (Accident Medical Expense) 100,000 บาท โดยต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลก่อน และขอใบรับรองแพทย์ระหว่างวันที่แข่งขัน พร้อมระบุสาเหตุการได้รับบาดเจ็บให้ชัดเจน แล้วโทรติดต่อตัวแทนบริษัทประกันภัย















Leave a comment