🏊🏻‍♂️ หลักสูตรนี้ที่สอนเกี่ยวกับความรู้และทักษะการเข้าช่วยกรณีน้ำไหลหลากและน้ำท่วมอย่างถูกต้องและปลอดภัย อบรมภาคทฤษฎี 4 ชั่วโมง ปฏิบัติ 20 ชั่วโมง เรียนต่อเนื่อง 3 วัน

❓เรียนเพื่ออะไร ? โดยส่วนตัวเป็นสายการแพทย์ ไม่ใช่สายกู้ภัย แต่คิดว่าเราก็ดูแลผู้บาดเจ็บเหมือนกัน เป็นด่านแรกเหมือนกัน บุคลากรที่โรงพยาบาลจึงควรรู้และเข้าใจว่า กว่าผู้ป่วยจะมาโรงพยาบาลได้… มันยากเย็นขนาดไหน ยิ่งในสถานการณ์พิเศษ เช่นน้ำไหลหลากและน้ำท่วม ยิ่งเพิ่มความยากเข้าไปทวีคูณ บางครั้ง เราอาจจะไม่คิดถึงการบาดเจ็บบางชนิดเพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์และไม่เคยพบเจอ คงจะดีถ้าการแพทย์สามารถเข้าไปดูแลผู้บาดเจ็บตั้งแต่จุดเกิดเหตุ (แต่จะดีกว่าถ้าเราไม่กลายเป็นภาระและผู้ประสบภัยซะเอง 😭)

✅ หลักสูตรนี้จะสอนเรื่อง

– หลักการช่วยชีวิตกรณีน้ำไหลหลาก อุปกรณ์และมาตรฐานการใช้งาน

– การว่ายน้ำกรณีน้ำไหลหลาก ว่ายอย่างไรให้เข้าสู่จุดปลอดภัย Eddy และว่ายหนี Strainer (คาบนี้จะอิ่มน้ำและแขนล้าเป็นพิเศษ 🤣)

– การโยนถุงเชือก Throw Bag, Belay System และ Vectoring (โยนให้เป็น… ก็ยาก)

– การเดินข้ามลำน้ำ Shallow Water Crossing

– การผูกเงื่อนเชือก ใช้ระบบ Tension Diagonal ข้ามลำน้ำ, Pendulum Rescue, Highline

– การเข้าช่วยผู้ประสบภัยด้วยเรือยาง

– การเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยโดยใช้ Spinal Board และ Vacuum Mattress

– การวางแผน จัด Upstream Spotter, Rescuer, Downstream Backup

🙏🏻 ทฤษฎีเป็นส่วนหนึ่ง แต่ความแข็งแกร่ง การฝึกซ้อม การวางแผน ประสบการณ์ และ Team คือส่วนประกอบของความสำเร็จของภารกิจ Swift Water Rescue เป็นอีกหนึ่งสาขาใน Wilderness Medicine ที่สำคัญต่อการรอดชีวิตมาก ใช้ได้จริงๆ โดยส่วนตัวเคารพและขอขอบคุณทีม Medic And Rescue Without Borders Thailand ทีมครูยอดมากๆ ที่อัดแน่นความรู้แบบจัดหนักจัดเต็ม เรียนจบแล้วรู้สึกซาบซึ้งทีมกู้ภัยทุกคนจริงๆ

Reference

– Medic and Rescue Without Borders Thailand

– Auerbach PS. Wilderness Medicine Part 5 Rescue and Survival Chapter 45 Whitewater Medicine and Rescue. 6th ed. Mosby. 2012.

– Phillips K. National Park Service Swift Water Rescue Manual. United States Department of the Interior, National Park Service. 2012.

Leave a comment

Recent posts

Quote of the week

“Trust your training, but listen to your intuition. Both are essential in wilderness medicine.”

~A Simplified Solo Traveller