🚑 เตรียมตัวอะไรบ้างเมื่อต้องไปออกเหตุ EMS Scene Management 🚔

อ้างอิงจาก PHTLS Chapter 5 Scene Management Page 146-165

🛣 การเตรียมตัวก่อนไปถึงที่เกิดเหตุ

🦺 ใส่เสื้อผ้าที่มีแสงสะท้อน รองเท้าหุ้มส้น

🥽 ใส่ถุงมือ แว่น หน้ากาก ผ้าเอี๊ยมเพื่อป้องกันการติดเชื้อ HBV, HCV และ HIV เปลี่ยนถุงมือทุกครั้งที่ตรวจผู้ป่วยคนใหม่

📋 ซักถามประวัติว่าเป็นเคส Trauma หรือ Non-Trauma เพื่อเตรียมตัว ทีมและอุปกรณ์ วางแผนในหัวว่าจะทำอะไรก่อนเป็นอันดับ 1 2 3 4 ถ้าเคสเป็นแบบนี้ จะทำแบบไหน กำหนดหน้าที่ของแต่ละคนในทีมเช่นคนนี้ใส่ทิ้ว ปั๊ม เปิด iv ยกตัวอย่างสถานการณ์เช่นเคสหมดสติ ไม่รู้สึกตัว ทีมกู้ชีพกำลังทำ CPR ก็ควรเตรียม Ambu bag, ETT, Laryngoscope, IV set, DTX, ติด Monitor lead EKG พร้อม Defibrillation, Adrenaline ฯลฯ ขณะอยู่บนรถเลย เป็นต้น

📞 หากมีเบอร์ติดต่อ ควรโทรไปหาผู้ป่วยเพื่อซักถามอาการเบื้องต้นให้ได้วินิจฉัย และแนะนำการดูแลเบื้องต้น ทำ Prearrival Instruction (ส่วนนี้จะช่วยให้กระบวนการเร็วขึ้นด้วย)

🏥 ควรรู้ว่าโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดคือที่ใด (ใช้ Google Maps ง่ายดี ถ้าไม่รู้ก็ถามทีมได้) ห่างออกไปกี่กิโลเมตร โรงพยาบาลนั้นมีศักยภาพอะไรบ้าง เช่น PCI, Fibrinolytic, CT, ICU, OR อาจโทรแจ้งโรงพยาบาลนั้นว่าจะนำเคสไปส่งเพื่อให้โรงพยาบาลนั้นได้เตรียมตัวก่อน

📻 นอกจากนี้ ควรรู้จักรหัสวิทยุ เพื่อที่จะสื่อสารกับทีมกู้ชีพกู้ภัยง่ายขึ้น เช่น ว 40 เกิดอุบัติเหตุ และ ว 2 ได้ยินแล้วตอบด้วย

🚑 การจอดรถ

🚑 จอดรถในเลนของที่เกิดเหตุ และจอดก่อนถึงที่เกิดเหตุ “take the land behind the scene” รถคันอื่นที่มาสมทบก็ควรจอดในเลนเดียวกันกับที่เกิดเหตุ และจอดห่างออกไปไกลหน่อย (เพื่อป้องกันรถคันอื่นมองไม่เห็นแล้วขับมาชน) จอดบนที่สูงกว่าและเหนือลม “up wind & up hill”

🚑 ปิดไฟสูงของรถ เพื่อป้องกันรถคันอื่นขับมาแล้วมองไม่เห็น

🚑 อาจปิดถนนในบางส่วน และให้การจราจรยังพอขยับได้ (ป้องกันรถคันอื่นขับมาแล้วชน)

🚑 บริเวณที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยคือ ถนนที่แคบ เนิน ทางโค้ง

🚨 เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ

⛔️ Scene safety ถ้าไม่ปลอดภัยก็ห้ามเข้าที่เกิดเหตุ ถ้าเจ้าหน้าที่ EMS ได้รับบาดเจ็บ พวกเขาไม่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ กลายเป็นภาระ เป็นคนไข้เพิ่มอีกหนึ่งคน ตัวอย่างของ Safety ที่ต้องพิจารณาเช่น เลือด ควันไฟ ไฟดับ ระเบิด การใช้อาวุธมีด ปืน อุบัติเหตุจราจร น้ำมัน น้ำท่วม กระจกบาด แผ่นดินไหว สารเคมีรั่วไหล สัตว์เลี้ยงอันตราย ดังนั้นจึงต้องร้องขอให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายอื่นเช่น กู้ภัย นักดับเพลิง ตำรวจ ไปควบคุมสถานการณ์ก่อน

🆘 Situation การประเมินสถานการณ์หรือ Scene Size-Up ใช้ METHANE มาช่วย

🔺 Major Incident / Mass Casualty Incident เป็นสถานการณ์ที่มีผู้บาดเจ็บหลายคน และมีทรัพยากรที่ไม่เพียงพอ เช่นรถชนกัน เครื่องบินตก ไฟไหม้ใหญ่ รถไฟตกราง ตึกถล่ม ผู้ก่อการร้าย ปฏิบัติการค้นหาผู้รอดชีวิต มีสารเคมีรั่วไหล ภัยพิบัติทางธรรมชาติ

🔺 Exact Location ตำแหน่งควรชัดเจน เพราะการไปผิดตำแหน่งจะยิ่งเสียเวลา

🔺 Type of Incident – ประเภทของเหตุการณ์ เช่น อุบัติเหตุรถชน ไฟไหม้ ระเบิด

🔺 Hazard – สารเคมีรั่วไหล ปรึกษาศูนย์พิษ ขอยาต้านพิษ อพยพผู้บาดเจ็บ

🔺 Access ทางเข้าออกจำนวนกี่ทาง

🔺 Number of casualty & severity จำนวนและความรุนแรงของการบาดเจ็บ เช่น แดง 5 คน เหลือง 3 คน

🔺 Emergency Service เช่น ขอรถ Basic / Advance เพิ่ม, รถดับเพลิง ตำรวจ ปภ. กู้ภัย อุปกรณ์ตัดถ่าง ชุดป้องกันสารเคมี อุปกรณ์ล้างสารเคมี ติดต่อการไฟฟ้าขอตัดไฟ

🚨 กรณีเคส Trauma ก็ XABC ใส่ Collar เคลื่อนย้ายลง Long Spinal Board

🚨 กรณีเคส Non-Trauma ก็พิจารณาว่าต้องรักษา ณ จุดเกิดเหตุไหม หรือสามารถเคลื่อนย้ายมาทำหัตถการบนรถได้ไหม

🚧 Violent Scene ความรุนแรง ที่เกิดเหตุ

🔸 มีเทคนิคที่ชื่อว่า “hands-on & hands-off” คนที่เป็น hands-on จะเป็นคนที่ไปประเมินและให้การรักษาคนไข้ ส่วนคนที่เป็น hands-off จะเป็นคนที่ยืนอยู่ห่างๆ คอยสังเกตสถานการณ์ คุยกับญาติคนไข้ และคอยดูแลเพื่อนอยู่ห่างๆ

🔸 อาจกำหนดคำพูดหรือสัญลักษณ์มือที่เตือนว่ากำลังมีอันตรายให้กับคู่หู

🔸 บริเวณที่อันตราย คือที่ๆ มีฝูงชนเยอะ คนที่เมาสุราหรือสารเสพติด มีการใช้ความรุนแรง และมีการใช้อาวุธ ห้ามเข้าไป ให้อยู่นอกสายตา (เพราะถ้ามีคนเห็น จะมีคนมาหา) เจ้าหน้าที่อาจโดนจับเป็นตัวประกัน ถูกทำร้าย หรือถูกฆ่าได้

🔸 แนวทางการแก้ไขสถานการณ์เรียงตามลำดับคือ อย่าเข้าไป -> หนี -> เจรจา -> ป้องกันตัวเอง

👮🏻👮🏻‍♂️ Crime Scene ที่เกิดเหตุอาชญากรรม

🔹 เจ้าหน้าที่ EMS มีหน้าที่ดูแลผู้ป่วย ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่รักษาหลักฐาน โดยมักจะถ่ายรูป วาดรูปที่เกิดเหตุ บันทึกว่าใครเข้าออกที่เกิดเหตุบ้าง และเก็บหลักฐานทางนิติเวช

🔹 เมื่อใดที่มีคนเข้าไปในที่เกิดเหตุ จะมีหลักฐานบางส่วนหายไปจากที่เกิดเหตุ ดังนั้น เจ้าหน้าที่ EMS ไม่ควรยุ่งกับที่เกิดเหตุโดยไม่จำเป็น เช่นการเคลื่อนย้ายศพที่แขวนคออยู่บนเพดาน หากมีความจำเป็นก็สามารถพลิกตัวผู้ป่วยมาประเมินเบื้องต้นได้ แต่ไม่ควรเคลื่อนย้ายศพโดยไม่จำเป็น

🔹 พยายามอย่ายุ่งกับหลักฐาน กรณีจำเป็นที่ต้องตัดเสื้อผ้า ให้หลีกเลี่ยงการตัดโดนรูบาดแผล แล้วใส่เสื้อผ้าลงในถุงกระดาษ (ห้ามใส่ในถุงพลาสติก) หากจะเข้าไปในที่เกิดเหตุ ให้เลี่ยงไปใช้เส้นทางที่ผู้ก่อเหตุไม่น่าเดิน ไม่เหยียบบนรอยเลือด

🔹 ใส่ถุงมือทุกครั้งเพื่อระวังไม่ให้ลายนิ้วมือของเจ้าหน้าที่ไปปะปนในที่เกิดเหตุ

🔹 หากมี Dying Message/Declaration จากผู้ป่วย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

🔹 ไม่ควรให้ความเห็นแก่สื่อมวลชน

🔹 ไม่ควรกินหรือสูบบุหรี่ ณ ที่เกิดเหตุ

🧨 Bomb Scene ระเบิด

♦️ แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่กู้ระเบิด หน่วยดับเพลิง

♦️ ควรอยู่ห่างจุดเกิดเหตุมากกว่า 600 เมตร และขึ้นอยู่กับชนิดของระเบิด เช่นระเบิดท่อ ควรอยู่ห่าง 400 เมตร, ระเบิดกระเป๋า ควรอยู่ห่าง 600 เมตร และ ระเบิดรถ ควรอยู่ห่าง 500 เมตร เป็นต้น ทั้งนี้ ควรเชื่อเจ้าหน้าที่เก็บกู้ระเบิด

♦️ ไม่ควรเข้าไปในที่เกิดเหตุจนกว่าจะปลอดภัย เพราะอาจมีระเบิดลูกที่ 2 ได้ และต้องกันคนนอกที่จะเข้าไปด้วย

♦️ หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องมือสื่อสารทุกชนิด เพราะอาจจุดระเบิดได้

👌🏻 สรุป 👌🏻

ในการออกเหตุทุกครั้งควรแยกเคสออกเป็น Trauma และ Non-Trauma EMS ควรมีแพลนในหัวว่าจะทำอะไรและจะเตรียมทีมอย่างไร เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ให้ประเมินความปลอดภัยทุกครั้ง ประเมินสถานการณ์เบื้องต้นด้วย METHANE และระมัดระวังเป็นพิเศษในเคสที่มีความรุนแรง มีเหตุอาชญากรรม และมีระเบิด

Reference

– PHTLS Chapter 5 Scene Management Page 146-165, Chapter 17 Disaster Management Page 520-542 and Chapter 18 Explosions and Weapons of Mass Destruction Page 544-577

– Mosby’s Paramedic Textbook Chapter 16 Scene Size-Up, Chapter 56 Crime Scene Awareness and Chapter 57 Hazardous Materials Awareness

#EMS #SceneManagement #PHTLS #ViolentScene #CrimeScene #BombScene

Leave a comment

Recent posts

Quote of the week

“Trust your training, but listen to your intuition. Both are essential in wilderness medicine.”

~A Simplified Solo Traveller