


🚔🚨 ความปลอดภัยของบุคลากรแพทย์อยู่ที่ไหน ? Hospital Violence & Zero Tolerance Policy ณ ประเทศสวีเดน 👮🏻♂️👨🏻🚒
เรื่องเล่าระบบ EMS ที่สวีเดนตอน 6
👊🏻 ความรุนแรงต่อบุคลากรทางการแพทย์มีแต่จะเพิ่มขึ้นทุกวัน ที่สวีเดนก็มีปัญหานี้ บุคลากรด้วยกันเอง และหน่วยงานภายนอก เช่น หน่วยดับเพลิงและตำรวจ ให้ความสำคัญกับบุคลากรทางการแพทย์มาก มีการใช้นโยบาย zero tolerance แบบจริงจังตามโรงพยาบาล
🙅🏻♂️ ถ้ามีเหตุความรุนแรงในรพ. มีรปภ 1 คน standby ตลอด มีอาวุธป้องกันเป็นไม้กระบอง ไม่มีปืนนะคะ และสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาถึงภายในประมาณ 15 นาที ผู้ที่ก่อความรุนแรงจะถูกจับและดำเนินคดี
🔐 ภายในโรงพยาบาลจะถูกออกแบบโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของบุคลากร ประตูทุกบานที่จะเข้ามาในอีอาล็อคหมด จะต้องแตะบัตรก่อนจึงจะเข้าได้ ถ้าไม่มีบัตรก็เข้าไม่ได้นะ ต้องกดกริ่ง กด speaker phone และแจ้งให้เจ้าหน้าที่วอร์ดเปิดประตูให้ นอกจากนี้ ถึงจะทำงานในโรงพยาบาล แต่เจ้าหน้าที่ก็จะได้รับอนุญาตให้เข้าไปในวอร์ดที่ตัวเองดูแลเท่านั้น เช่น
📞 พยาบาลรถ Ambulance จะมีบัตรที่เข้าไปในอีอาได้ ขึ้นลิฟท์ได้ แต่ไม่สามารถเข้าไปในวอร์ด icu เพราะไม่ได้ทำงานในส่วนนั้น
🖥 พยาบาลรถ Ambulance สามารถเข้าไปดูประวัติผู้ป่วย investigation management และprogress note ในเคสที่ตนดูแลเท่านั้น ไม่สามารถใส่ HN ผู้ป่วยแล้วเสิร์ชเองโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะเป็นการละเมิดสิทธิผู้ป่วย (หมอก็เช่นกัน)
🤕 สำหรับผู้ป่วย ความเป็นส่วนตัวก็เป็นอีกปัจจัยที่สำคัญ เวลาตรวจเคสนึง เค้าจะเข็นผู้ป่วยเข้าไปในห้องซึ่งมีม่านและประตู ตรวจเสร็จก็นอนอยู่ในนั้นแหละ ไม่ย้ายออก ถ้าห้องเต็มก็อาจไปเข็นไว้ตามทางเดินหรือซอก ซึ่งต้องมีระยะห่างจากอีกเตียง จะเข็นมานอนติดกันไม่ได้ หรือถ้าติดกันมากก็ต้องมีม่านกั้นเพื่อความส่วนตัว
🔑 แม้แต่กุญแจในหอพักมหาลัย ถ้าทำหายจะต้องเสียค่าใช้จ่ายหลายพันบาทให้หน่วยงาน เพราะเค้าต้องเปลี่ยนกลอน + กุญแจใหม่หมด ไม่สามารถไปก๊อบกุญแจแบบที่ไทยได้



😭 ครั้งนึง ที่ต้องไปติดต่อธุระที่อีอา ต้องเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นที่เปิดประตูจากฝั่งคนไข้ไม่ได้ เป็นกระจกแก้วหนาๆ ตรงนั้นเป็นบริเวณให้รอ เราต้องกดบัตรคิว จ้องมอนิเตอร์ เมื่อถึงคิวเรา พยาบาลจากฝั่งอีอาจะเดินมาแตะบัตรเปิดประตูแล้วถามอาการของเรา จากนั้นถึงได้รับการรักษาต่อไป ที่นี่ไม่สามารถเดินดุ่มๆ เข้าไปข้างในอีอาโดยไม่ได้รับอนุญาตเพราะความปลอดภัยแน่นหนาจริงๆ
🚪 เคานท์เตอร์พยาบาลที่ Triage จะเป็นห้องปิด เข้ามาทำร้ายร่างกายไม่ได้ แต่บางที่ก็เป็นแบบเปิดเหมือนกัน และที่รพ. จะมีทางเข้าออกหลายทาง(ซึ่งต้องใช้บัตรในการเข้าออกตลอด) ใช้ได้ดีในการหลบหนีของบุคลากร
👮🏻♂️ เวลาออกเคส ambulance ที่สวีเดน ถ้ามีเคสคนไข้จิตเวช หรือคนที่มีความเสี่ยงต่อการใช้ความรุนแรง เค้าจะไม่เข้าไปประเมินคนไข้เองโดยเด็ดขาด การเข้าทุกครั้งต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ร่วมตลอด (ตำรวจมีปืน ปืนไฟฟ้า สเปรย์พริกไทย ใส่เสื้อกันกระสุนทุกคน อุปกรณ์พร้อม) เคยไปดูเคสคนไข้จิตเวชที่เคยใช้สารเสพติดคนนึง คนไข้โทรไปแจ้งว่าป่วย ถึงจะดูดีมาก แต่พยาบาลก็ต้องรอตำรวจก่อน แล้วจึงเข้าไปพร้อมกัน
😱 มีเรื่องใหญ่มากเกี่ยวกับ Violence ที่นู่น อันนี้เป็นเรื่องจริงเพราะเราได้คุยกับเจ้าตัว คือมีพยาบาลผู้ชาย 2 คนไปออกรับเหตุคนไข้จิตเวชและใช้สารเสพติด แต่ทางคนที่โทรแจ้งไม่ได้บอกรายละเอียดนี้กับ call taker ไม่มีใครรู้ว่าผู้ป่วยเป็นเคสที่มีความเสี่ยง ผลลัพธ์คือ… คนไข้พยายามจะฆ่าพยาบาลทั้งสองคนโดยการรัดคอและเอาน้ำมันราดเตรียมจะจุดไฟ ทั้งสองคนต้องหนีเพื่อรักษาชีวิต สุดท้ายตำรวจก็มาช่วยและยิงคนไข้คนนั้น เพื่อนสวีเดนบอกว่า สถานการณ์มันต้องรุนแรงมากจริงๆ ตำรวจถึงต้องหยิบปืนมายิง (แต่ยิงแล้วค่อยมาเสียชีวิตที่รพ. นะ ทางทีมแพทย์ก็ต้องไปช่วยผู้ป่วยที่โดนยิงต่อ คิดสภาพเพื่อนเกือบถูกฆ่าตาย แต่ตัวเองต้องมาช่วยเหลือคนที่จะฆ่าเพื่อนตัวเองต่อ…)
👍🏻 สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือ มีการสอบสวนเรื่องราวขึ้นอย่างจริงจัง พยาบาลทั้งสองคนหยุดงานไป 2 อาทิตย์ ได้รับการเยียวยาจากทางรัฐและเฝ้าระวังภาวะ post traumatic stress disorder พยาบาลยังบอกว่า เค้ารู้สึกกลัวตายและหวาดระแวงการไปไหนคนเดียวอีกเลย
🚘 นอกจากนี้ ที่นี่จะมีรถ First Responder Car ซึ่งจะมีพยาบาลเพียงคนเดียว ข้อดีของการขับรถคันนี้คือ สามารถเลือก Mission เองได้ เพราะหากเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น พยาบาลคนนี้ต้องช่วยเหลือตัวเองให้ได้จนกว่าตำรวจจะมา! พยาบาลที่นี่เล่าให้ฟังว่า มีคนไข้หลายคนเป็นจิตเวชและชอบโทรเรียกรถพยาบาลให้ไปดู (เค้าจะมี note ไว้ในระบบว่าใครเป็น precaution หรือบางทีแค่พูดชื่อก็รู้เลย) ถ้าเป็นผู้ป่วยหญิงที่อยู่บ้านคนเดียว แล้วพยาบาลคนนั้นเป็นผู้ชาย เค้าจะเลือกที่จะไม่ไปดูเคสนี้ เพราะพยาบาลคนนี้อยู่ตัวคนเดียว ผู้ป่วยหญิงอาจจะกล่าวหาว่าเค้าล่วงละเมิดทางเพศได้ ซึ่งจะไม่มีพยานมาแก้ต่างให้เขาเลย “It’s her word against my word; it will never hold up in court”
💥 ความรุนแรงมีอยู่ในทุกที่ แต่ไม่ควรมีใครก็ตามตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง นอกจากนี้ ผู้มีอำนาจหรือผู้บังคับบัญชาก็ควรให้ความสำคัญกับคนหน้างาน เพราะเป็นฝ่ายที่ถูกปะทะหนักที่สุด ความรุนแรงไม่ใช่ปัญหาเฉพาะที่ห้องฉุกเฉิน แต่มันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าใน“ทุก”โรงพยาบาล และขอย้ำอีกครั้งว่า การใช้ความรุนแรงไม่ใช่เรื่องปกติทั่วไป
Violence is NOT a normal part in anyone’s lives and is never acceptable.
#violence #workplaceviolence #zerotolerance #sweden #gothenburg #emergencyroom




Leave a comment