ที่สวีเดน เค้า Refer คนไข้กันยังไง ?

จะมีศูนย์สั่งการชื่อ SOS คอยประสานงานทุกอย่าง และแจ้งภารกิจให้กับเจ้าหน้าที่ Ambulance ไม่มีการติดต่อเองเป็นการส่วนตัว การ Refer ของเค้าทำได้ทั้ง Ground, Water และ Air Transport เลยจ้า เนื่องจากเมือง Gothenburg เป็นเมืองที่ติดทะเล มีชุมชนอาศัยอยู่ในเกาะเยอะ เค้าก็จะมีศูนย์แอมตั้งอยู่ในเกาะแห่งหนึ่งซึ่งจะดูแลเคส Water Ambulance ทั้งหมด ถ้าพิจารณาแล้วว่าจะต้องส่งต่อ ก็จะขับเรือมาส่งที่ท่าน้ำ แล้ว Ground Ambulance ก็จะรับช่วงต่อไป ส่วนถ้ามีเคสที่อยู่ห่างไกลมาก เป็นเคสด่วน ก็อาจพิจารณาส่ง Helicopter Ambulance ไปได้เช่นกัน ซึ่งเค้าจะมีเวร stand by อยู่ที่ Sahlgrenska Hospital

นอกจากนี้ Sahlgrenska Hospital เป็นโรงพยาบาลอันดับต้นๆ ของสวีเดนที่สามารถทำหัตถการที่ยากได้ ดังนั้นเค้าก็จะรับรีเฟอจากต่างจังหวัดด้วย เช่นในส่วนภาคเหนือของเค้าที่เป็นภูเขาและเดินทางลำบาก ก็จะประสานผ่านทาง Air Ambulance เพื่อนำส่งคนไข้ไปที่สนามบิน Landvetter แล้วทาง Ground ก็จะดูแลคนไข้ต่อ ถือว่าเป็นการรีเฟอที่ประสานงานได้ดีและมีประสิทธิภาพเลิศมากๆ

อ้อ ที่นี่เวลาเค้ารีเฟอระหว่างโรงพยาบาล เค้าไม่ต้องใช้เอกสารใดๆ นะ ไม่ต้อง xerox ใดๆ เพราะว่าเอกสารทุกอย่างอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ ทั้ง Doctor’s note, Nurse note, Lab ทุกอย่างเปิดดูในคอมได้หมด ดังนั้นเวลาไปรีเฟอคนไข้ พวกเขาก็จะย้ายคนไข้อย่างเดียว แต่ระบบนี้ทำได้เฉพาะโรงพยาบาลที่อยู่ในเครือข่าย Sahlgrenska Hospital นะ รวมทั้งหมด 2000 เตียง 120 Departments และ พนักงาน 16,000 เมืองนี้มีอยู่ 3 โรงพยาบาล แต่ละโรงพยาบาลใช้เวลาเดินทางระหว่างกันประมาณ 10 นาทีเท่านั้น

Sahlgrenska University Hospital เป็นโรงพยาบาลใหญ่สุด มี Med และ Sx, Dentist

Ostra Hospital เป็นโรงพยาบาลที่มี OB-GYN, Ped, Infection

Molndal Hospital เป็นโรงพยาบาลที่มี Ortho, Eye, Psychia

ได้มีโอกาสไปรับรีเฟอ 2 ประเภท

1. Air Transport รับจากสนามบิน Landvetter ไปยัง Sahlgrenska Hospital เจ้าหน้าที่แอมจะได้รับภารกิจจากศูนย์สั่งการ แจ้งกำหนดการณ์ Flight number และรายละเอียดของเคส ก็แค่ขับรถไปรอ แล้วรับคนไข้มา เป็นเคส Fracture Femur จากการเล่นสกี คนไข้เดินทางมาจากภาคเหนือของสวีเดน ใช้บริการ Scandinavian Air Ambulance เป็นเครื่องบินเจ็ท (ความจริงแล้วอาการดีมาก ไม่มี IV/monitor ใดๆ แค่ขาหักเฉยๆ แต่คิดว่าการเดินทางค่อนข้างยากและไกลจึงเลือกรีเฟอวิธีนี้ แต่ถ้าที่ไทยก็อาจบิน Commercial Flight แล้วนอน Stretcher ได้นะ 555) มีหมอคอยดูแลอยู่บนเครื่องบิน และภารกิจของหมอจบที่สนามบิน ไม่ต้องตามคนไข้มา ในเคสนี้ เค้าขนส่งคนไข้มา 2 คน คนนึง Fracture Femur ส่วนอีกคนเดินได้ แต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ดังนั้นจึงมี Ambulance 2 คันที่มารับผู้ป่วย

2. Ground Transport ตอนแรกคิดว่ารถ Ambulance ที่นั่งอยู่นี่แหละ เอาไว้สำหรับรีเฟอคนไข้ แต่ไม่ใช่จ้าาาา ถ้าเป็นเคสธรรมดา ไม่ใส่ท่อช่วยหายใจ ก็ใช้รถคันเดิม แต่ถ้าเป็นคนไข้หนักที่ใส่ท่อ มี IV + monitor เยอะแยะ เค้าจะต้องเปลี่ยนรถเป็นอีกคัน คันนี้จะใหญ่และหนักกว่า จึงต้องใช้ Driving License class C สำหรับพวกรถบรรทุกงี้ ซึ่งไม่ใช่ทุกคนมีใบขับขี่ชนิดนี้นะ คันนี้สามารถบรรจุได้ทั้งหมด 8 คน ด้านหน้ามีคนขับ และข้างคนขับ 2 คน ส่วนด้านหลัง มีคนไข้ 1 และเก้าอี้ที่มี Safety Belt 3 ที่นั่ง และเบาะยาว 1

ภารกิจคือไปรีเฟคนคนไข้หญิง MCA Right Hemothorax S/P Right ICD, Severe Head Injury GCS 2T, OFx Right Humerus, OFx Left femur + Tibia ที่ on ETT PEEP 11, Levophed, Propofol etc. จาก Sahlgrenska Hospital ไปยัง Molndal Hospital เพื่อผ่าตัดกระดูกต่อ มีหมอของที่นี่นั่งมารีเฟอด้วยเพิ่มอีกคน

เค้าจะมีเตียงพิเศษที่เอาไว้สำหรับ Transfer คนไข้โดยเฉพาะ และไม่ใช่ Stretcher ธรรมดา เป็นชนิดพิเศษที่สามารถเอาไปใส่ในรถแอมคันใหญ่ได้ด้วย เตียงนี้เลิศมากกกกกกก ตรงที่มันมีชั้นวางของที่สามารถใส่อุปกรณ์ได้หมดทุกอย่าง ไม่ต้องไปเกี่ยวกับข้างเตียงผู้ป่วย มีที่วาง Ventilator ไว้เป็นชั้นวางข้างๆ เตียงผู้ป่วย (แค่ไม่ต้องมาบีบแอมบู และแทรกตัวระหว่างลิฟท์ ก็ดีใจน้ำตาจะไหลละ) ส่วนตัว Monitor ทั้ง Vital Signs และ จอ Ventilator ก็จะเป็นอีกชั้นหนึ่งที่หัวเตียง ซึ่งชั้นนี้สามารถหมุนไปทางศีรษะคนไข้ หรือไปทางด้านข้างของคนไข้ได้ ดังนั้นเวลาเข็นเตียงงี้ ก็พับไปทางศีรษะคนไข้ สะดวกสบาย แต่พอขึ้นไปบนรถแล้ว ก็พับไปทางด้านข้าง หมอก็จะสามารถนั่งดู monitor ได้สะดวก (นึกถึงโมเม้นที่ต้องเข็น ventilator ตามเตียงไป แล้วสายก็ตึงงี้ จะหลุดล้าวววงี้ มัน safe มั้ย? ฮืออออ )

อุปกรณ์อื่นๆ เช่น Oxygen, Suction, IV ก็จะไม่รุงรังเพราะเค้าเก็บไว้ที่ใต้เตียงหมดจ้า ไม่ต้องลากถัง Oxygen ตามเตียง มันเป็นระบบที่อยู่ข้างใต้เตียงเลยจ้า ส่วน Suction ก็ติดตั้งอยู่ด้านล่างเหมือนกัน และในส่วนของยาและ IV ก็ไม่ต้องกลัวว่าเสา IV จะแกว่งไปชนใคร เพราะเค้ามีที่สำหรับใส่ Infusion Pump ที่ด้านล่างของเตียง อ้อ แล้ว ICD ของเค้าเป็นแบบ Commercial ดังนั้นก็แค่แขวนกระปุก ICD ไว้ให้ดีๆ และระวังสายหลุดอย่างเดียว ไม่เหมือนที่ไทยที่ต้องคอยเสียวว่าขวดจะแตกไหม ท่อจะโผล่เหนือน้ำไหม ดังนั้น ถ้า Packing เป็นไปได้สวยงาม ก็สบายสุดๆ เจ้าหน้าที่แอมมีหน้าที่แค่เข็นเตียงสวยๆ จ้ะ

แล้วจะเอาเตียงหนักๆ ขึ้นรถแอมยังไง ?เค้ามีตัวช่วยคือจะเอาสายพาน (เหมือนเวลาขึ้นคลองอะ) วางพาดไว้ที่ปลายรถ แล้วจะเข็นเตียงขึ้น นอกจากนี้ เค้าจะมี motor พิเศษที่สามารถลากเตียงขึ้นไปบนรถได้ ดังนั้นเจ้าหน้าที่ไม่ต้องใช้แรงกายเลยจ้า เค้าจะมีล็อคแบบเข็มขัดนิรภัยที่ต่อกับ motor และใต้เตียง ตัวล็อคนี้ก็จะลากเตียงขึ้นไป พอลากขึ้นไปเสร็จ ก็จะล็อคเตียงทั้ง 4 มุม โดยใช้สายเกี่ยวกับล้อของเตียง สายนี้ยืดได้แบบเข็มขัด Safety Belt เลย มั่นคงและปลอดภัยมากกกกก

ความน่าตกใจของที่นี่คือ ระบบ Refer มันดีมาก เค้าทำให้ทุกอย่างมันง่ายไปหมด อะไรที่เราเคยคิดว่าลำบาก เช่นการรีเฟอคนไข้ใส่ทิ้ว หรือ on ICD คนนึงเนี่ย ต้องคิดว่าจะดูแลเค้ายังไง จะเข็นจะย้ายยังไงให้ smooth และ no complication ที่สุด พอมาอยู่ที่นี่ก็รู้เลยว่า อ้อ…. ความจริงมันก็ไม่มีอะไรมากหนิ หรือเราอาจจะทำให้มันยากไปเอง 555

อ้อ จะบอกว่า อุปกรณ์ทุกอย่าง ทั้งรถและเครื่องมือของเค้า เปลี่ยนใหม่ทุก 5 ปีนะ 555 ไม่ว่าอุปกรณ์จะพังหรือไม่ก็ตาม ก็เปลี่ยนหมดยกเซ็ต เพราะต้องทำให้ทุกอย่าง up to standard รู้สึกถึงความสิ้นเปลืองทรัพยากรมาก เอามาแบ่งที่ไทยบ้างไหมคะ?

#ambulance #ems #emergencymedicalservice #sweden #gothenburg #sahlgrenskahospital #sahlgrenska #molndalhospital #ostrahospital #refer #airtransport #airambulance #groundambulance #รีเฟอ #สวีเดน

Leave a comment

Recent posts

Quote of the week

“Trust your training, but listen to your intuition. Both are essential in wilderness medicine.”

~A Simplified Solo Traveller