


ระบบจัดการอุบัติเหตุหมู่ของสวีเดน เป็นยังไง?
Mass Casualty & Road Accidents In Sweden
เมื่อมีอุบัติเหตุหมู่… ในที่นี้ไม่จำเป็นว่าต้องรถทัวร์ล้มอย่างเดียว แค่รถชนกันแรงๆ เขาก็แจ้งแล้ว ที่นี่ให้โทร 112 เบอร์เดียว เป็น emergency telephone number ของ European Emergency Number Association ซึ่งสามารถต่อสายไปที่รถพยาบาล ตำรวจ และดับเพลิงได้ และใช้เบอร์เดียวกันในหลายประเทศ เช่น เบลเยี่ยม เดนมาร์ค ฟินแลนด์ เป็นต้น (บางประเทศใช้เบอร์ผสม)
หน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องกับระบบสาธารณสุขที่นี่มีแค่ 3 หน่วย คือ รถพยาบาล ตำรวจ และดับเพลิง ไม่มีกู้ภัย ไม่มีกู้ชีพ ไม่มีผู้หวังดี ดังนั้นมันจึงเป็นระบบระเบียบมาก และทำให้การทำงานง่ายกว่าที่ไทยล้านเท่า เพราะแต่ละคนมีหน้าที่รับผิดชอบคนละส่วน แบ่งอำนาจและขอบเขตชัดเจน มีเครื่องแบบที่มองปราดเดียวก็แยกได้เลยว่าใคร เป็นใคร เช่น แพทย์สีเขียว ดับเพลิงสีเหลือง ตำรวจสีน้ำเงิน และหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น ก็จะมีทั้งสามฝ่ายมาที่เกิดเหตุพร้อมๆ กันเพราะใช้ระบบวิทยุเดียวกัน และศูนย์สั่งการอยู่ที่เดียวกัน โดยส่วนใหญ่จะมาถึงภายใน 5-15 นาที
หน้าที่ของตำรวจก็เหมือนที่ไทย จะคอยประสานงานต่างๆ ควบคุมพื้นที่เกิดเหตุ และหากมีภัยอันตรายที่โรงพยาบาลหรือที่บ้านของผู้ป่วย ตำรวจก็จะมาคุมสถานการณ์ให้ เช่นถ้ามีคนไข้จิตเวชที่แพทย์หรือพยาบาลประเมินว่าไม่ปลอดภัย พวกเขาไม่ต้องรับผู้ป่วยกลับ สามารถโทรแจ้งตำรวจให้มารับคนไข้ไปได้ และถ้าผู้ป่วยไม่ต้องการไปโรงพยาบาล (เช่นเมา) หน่วยแอมไม่สามารถบังคับคนไข้ได้ ดังนั้น ถ้าพิจารณาว่าคนไข้ต้องไปโรงพยาบาล เค้าก็จะเรียกตำรวจให้มารับไปแทน ซึ่งวิธีนี้ปลอดภัยกับคนหน้างานมาก ถ้าไม่ปลอดภัย หน่วยแอมจะไม่เข้าเด็ดขาด ที่นี่เขาเชื่อมั่นในตำรวจมาก เป็นอาชีพที่ได้รับความเคารพ ไม่มีการติดสินบน และหากมีปัญหา ตำรวจจะยินดีช่วยเหลือเสมอ (ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มด้วย)
ส่วนดับเพลิงจะทำหน้าที่ดับเพลิง และทำหน้าที่เหมือนกู้ภัยบ้านเรา มีอุปกรณ์ทุกอย่าง เช่น ที่ขนย้ายรถที่เสีย เครื่องตัดถ่าง เครื่องตัดเหล็ก เครื่องยก ถ้ามีอุบัติเหตุ พวกเขาก็จะทำหน้าที่ตัดถ่าง เก็บซากรถ กวาดถนนที่เต็มไปด้วยกระจกและเศษอื่นๆ หน่วยดับเพลิงจะว่างกว่าแอม ดังนั้นเวลาว่าง พวกเขาก็จะออกกำลังกายและเล่นกล้าม 555 แต่ละคนตัวใหญ่มาก




วันนี้มีเคสอุบัติเหตุรถชน เป็นรถเก๋งชนกับรถพ่วง(คันใหญ่มากกกกกก ซึ่งไม่มีคอนเทนเนอร์พ่วงอยู่) ชนกันแรงมากจนรถเก๋งหมุนติ้วๆๆๆ ประตูฝั่งคนขับบุบ กระจกข้างคนขับแตกละเอียด และคนไข้นอนสลบอยู่บนรถ ทีมแอมเห็นเหตุการณ์พอดี จึงรีบเข้าไปประเมิน
พอเข้าไปเป็นทีมแรก ก็เปิดไฟและไซเรน ขับเข้าไปจอดเฉียงเพื่อบังรถคันข้างหลัง ไม่มีรถคันไหนผ่านได้เลยแม้แต่คันเดียว รู้สึกปลอดภัย เพราะส่วนตัวกลัวรถข้างหลังขับมาชนมาก การจราจรทุกอย่างหยุดนิ่ง บุคลากรทางการแพทย์ที่เข้าไปในเคสอุบัติเหตุรถชนจะต้องใส่อุปกรณ์ป้องกันตามมาตรฐาน คือแจ็คเก็ตสีเหลืองเรืองแสง กางเกงสีเขียวเรืองแสง รองเท้าหนังสีดำที่บุพื้นหนาเป็นพิเศษ และใส่หมวกนิรภัย ทุกคนต้องใส่อุปกรณ์นี้ก่อนเข้าทำงาน ไม่งั้นจะโดนฟ้องที่ศาลว่าไม่ทำตามกฏระเบียบ ที่นี่จริงจังมาก รถทุกคันต้องมีชุดนี้ติดไว้
บนรถ Ambulance จะมีพยาบาล 2 คน หากไปถึงเป็นทีมแรก พยาบาลคนแรก (A) จะทำหน้าที่เป็น medical commander ดังนั้นจะยืนสั่งว่าควรทำอะไรกับผู้ป่วย คุยกับหมอ คอยประสานงานกับตำรวจและดับเพลิง ประเมินว่าต้องเรียกทีมเพิ่มรึเปล่า รายงานกลับศูนย์สั่งการ ติดต่อประสานโรงพยาบาลปลายทางให้ และอยู่ใน safe zone (แม้ว่าหมอจะตามมาทีหลัง หมอก็ทำหน้าที่ของหมอไปจ้า medical commander เป็นหน้าที่คุณพยาบาลจนจบ) พยาบาลคนนี้จะสวมหมวกสีเทาลายหมากรุก เป็นเครื่องหมายที่รู้กันทั่วว่า “คนนี้คือ commander” ไม่ต้องใส่เสื้อกั๊กหรือติดป้ายเพิ่ม ชอบมากเพราะไม่มั่วเลย ทุกคนรู้ว่าใครต้องคุยกับใคร
ส่วนพยาบาลคนที่สอง (B) จะใส่หมวกสีเขียวล้วน แปลว่า “คนนี้คือ medical operation chief” มีหน้าที่ประเมินผู้ป่วย หากมีผู้ป่วยหลายคน และมาถึงเป็นทีมแรก คนนี้ก็ต้องไป Triage โดยใช้ Sieve and Sort ที่พวกเราเรียนกันมา มีป้ายบอกสีให้ และมี ear muff ด้วย เค้าจะมีกระเป๋าพิเศษของเขาที่ใส่อุปกรณ์ disaster เท่านั้น หัวหน้าดับเพลิงใส่หมวกสีเหลือง หัวหน้าตำรวจใส่หมวกสีน้ำเงิน ส่วนคนอื่นที่ตามมาทีหลัง ไม่ว่าจะหมอ พยาบาล ดับเพลิง หรือตำรวจ จะใส่หมวกสีขาวทุกคน ดังนั้นมันแยกกันชัดเจนมากกกก Smooth as Silk
สำหรับเคสนี้ พยาบาล B เข้าไปหาผู้ป่วยเป็นคนแรกและ save C-spine ก่อน ทีนี้ทางเรากับพยาบาล A ก็ยังอยู่บนรถและเพิ่งจอดเสร็จ หันไปมองพยาบาล B นางก็ทำอะไรไม่ได้เพราะนาง save C อยู่ 5555 ทางเราเลยรีบวิ่งเข้าไปช่วย save C แทน แล้วให้เค้าประเมินคนไข้เบื้องต้นเองก่อน + ใส่ cervical collar คนไข้สำลึมสำลือ E4V3-4M6 ช้าๆ แต่ลืมตา ทำตามคำสั่งได้ กระดิกแขนขาสองข้างได้เท่ากัน คลำ radial ได้ หายใจปกติ HR 90 SPO2 98 RR 16 ไม่ติดภายใน อยู่ในท่านอนเอนกับเบาะ ปลด safety belt ออกแล้ว ทางเราก็คิดว่า อ้อ สงสัยเค้าต้องขยับคนไข้ออกมาแบบ PHTLS แน่นอนนนน ซึ่ง ผิดดดดดดด
ณ ตอนนั้น ดับเพลิงกับตำรวจมาสมทบแล้ว ทางดับเพลิงก็ตระเตรียมอุปกรณ์ตัดถ่างจ้า ก็คือ นางตัดเพดานรถยนต์ออกโดยใช้เลื่อยและอุปกรณ์ตัดถ่างพิเศษ ทั้งที่คนไข้ก็ไม่ได้ติดภายใน นางแค่นอนอยู่แบบซึมๆ หน่อยเท่านั้นเอ๊งงง เค้าบอกว่า ตัดแบบนี้แล้วเอาออกแบบตรงๆ จะปลอดภัยกับผู้ป่วยมากกว่า ถ้ามีเคสแนวนี้ ก็จะใช้วิธีตัดเพดานทุกคน แต่ถ้า cardiac arrest ก็จะ emergency move ลากออกมาเลยโดยไม่ save c spine ระหว่างที่นักดับเพลิงตัดถ่างอยู่ คุณพยาบาล B ก็ต้องนอน save C โดยมีผ้าพลาสติกคลุมทับ
พอตัดเสร็จ เค้าก็จะสอดสิ่งที่หน้าตาคล้ายที่ support หลังเวลานั่งเก้าอี้อะ สอดไว้ที่หลังคนไข้ แล้วโกยหลัง+คอขึ้นทีเดียว แล้วก็ค่อยๆ ยืดตัว support อันนั้น พอคนไข้นอนราบกับรถ ก็ทำการยกคนไข้วางบน scoop stretcher (เยสส ไม่ใช่ spinal board นะจ๊ะ) แล้วใส่ head immobilizer จากนั้นพยาบาลทุกคนก็รุมตัดเสื้อคนไข้โดยใช้อุปกรณ์ตัดพิเศษ ตัดทั้งร่าง เหลือแต่กางเกงใน ตัดมันกลางถนนนี่แหละ ทางเราก็ช่วยพยาบาลอีกคนถือผ้าห่มป้องกันเรื่อง privacy 555 แล้วก็ตรวจหลังด้วย แบบยกขึ้นตรงๆ ไม่พลิก 90 องศาแบบ PHTLS ซึ่งคนไข้ก็ดูไม่มีรอยฟกช้ำอะไรตามตัว ถ้าทุกอย่างผ่าน เค้าก็พาไปที่โรงพยาบาล
ตัดมาที่ซากรถ หน่วยดับเพลิงได้ทำการเก็บรถออกจากถนนแล้วเรียบร้อย (เร็วมากกกกก) คือพอเอาคนไข้เข็นไปรถแอมเสร็จ หันกลับมารถเก๋งหายไปแล้วอะ จากนั้นเก็บกวาดเศษกระจกเล็กน้อย ก็เสร็จสิ้น การจราจรกลับมาเป็นปกติภายใน 45 นาที…
สรุป ระบบ Mass Casualty ที่นี่ดีมากกกกก ทุกคนรู้งาน รู้หน้าที่ตัวเอง และดูคล่องกันมาก ไม่ต้องสั่งเยอะ เจ็บคอ 555 มีการฝึกอบรม simulation เป็นระยะด้วย
ป.ล. เค้าบอกว่า ปีหน้าจะเลิกใช้ cervical collar ละ ไม่มั่นใจเรื่องเหตุผลเหมือนกัน เค้าบอกว่าจะให้ใช้มือประคองคอแทน ต้องไปอ่านเพิ่มอีกที
ป.ล.ล. ถามเค้าว่า จะทำแบบ PHTLS มั้ย เค้าบอกว่า ไม่อะ เพราะแบบนั้นไม่ปลอดภัยกับผู้ป่วย ตัดเพดานดีกว่า แม้จะต้องรอสักพักก็ตาม (แต่ก็รอแค่ 10 นาทีเอ๊งงงงง)
ป.ล.ล.ล. ถามว่า ทำไมไม่ใช้ spinal board เค้าบอกว่า ก็ move โดยใช้ scoop stretcher สะดวกกว่า 555 ขยับแนวนอนไง ไม่ต้องพลิกใดๆ เลย แค่ตักวาง
#sweden #gothenburg #police #masscasualty #mci #caraccident #firemen #สวีเดน #รถชน #อุบัติเหตุ #บุคลากรทางการแพทย์ #medicalcommader #operationsectionchief




Leave a comment